พักอยู่ในโรงเตี๊ยมหนึ่งคืน พวกเขาก็เปลี่ยนไปยังโรงเตี๊ยมที่อยู่ห่างจากตระกูลซือหม่าออกไปไม่ไกล ที่มองเห็นจวนตระกูลซือหม่าจากห้องที่พวกเขาเลือกได้โดยตรง
ห้องพักของซือหม่าโยวเย่ว์อยู่ที่ชั้นสี่ ขณะนี้เธอยืนอยู่ริมหน้าต่าง มองไกลออกไป ดูภาพรวมของตระกูลซือหม่า
เมื่อเทียบกันระหว่างจวนแม่ทัพแห่งอาณาจักรตงเฉินกับจวนซือหม่า ยังมีขนาดสู้ลานบ้านลานหนึ่งของพวกเขามิได้เลย
กำแพงสูงทอดตัวยาวออกไป เธออยู่ชั้นบนยังมองไม่เห็นจุดสิ้นสุดของกำแพงเลย เห็นได้ว่าขอบเขตนั้นกว้างใหญ่ยิ่งนัก มิน่าเล่าพวกเป่ยกงถังถึงได้บอกว่ามีขนาดพอๆ กับเมืองเล็กๆ แห่งหนึ่งเลยทีเดียว
และความกว้างนี้ก็มิใช่สิ่งที่จวนทั่วไปจะเปรียบเทียบได้ ที่เธอใช้สายตากะคร่าวๆ น่าจะกว้างหลายพันเมตร ทอดตัวยาวตลอดไปจนถึงตีนเขา ส่วนทิวเขาด้านหลังก็นับว่าเป็นอาณาเขตของตระกูลเช่นเดียวกัน
ว่ากันว่ายามปกติผู้แข็งแกร่งของตระกูลซือหม่าจะไม่อยู่ที่จวนด้านล่าง หากแต่ฝึกยุทธ์กันอยู่บนเขา ปกติแล้วหากไม่มีเรื่องอันใดก็จะไม่ออกมา
“ไม่รู้ว่าพวกท่านปู่อยู่ที่ไหน” ซือหม่าโยวเย่ว์มองดูเรือนอันกว้างใหญ่พลางเอ่ยพึมพำ
เป่ยกงถังเห็นซือหม่าโยวเย่ว์มองจวนตระกูลซือหม่าจนสติล่องลอย จึงเดินเข้ามาเอ่ยปลอบว่า “เจ้าวางใจเถิด พวกท่านปู่ของเจ้าจะต้องไม่เป็นไรแน่”
“อื้ม”
ระยะเวลาสองเดือนให้หลัง พวกซือหม่าโยวเย่ว์ออกไปเที่ยวเล่นบ้างเป็นครั้งคราว ส่วนเวลาอื่นก็ต่างคนต่างฝึกยุ