ทธ์กันอยู่ในห้อง
มีเจดีย์วิญญาณคอยดูดซับปราณวิญญาณให้ตลอดเวลา ทั้งยังมีคุณสมบัติหนึ่งวันเท่ากับสามวัน สองเดือนต่อมา เธอจึงบรรลุอีกหนึ่งขั้น ยกระดับเป็นบรรพวิญญาณขั้นสามได้สำเร็จ
ยามปกติเธอแบ่งเวลาและพลังจิตไม่น้อยไปให้กับการหลอมยาและการฝึกวิญญาณ รวมทั้งการศึกษาค่ายกล ไม่อย่างนั้นพลังยุทธ์ของเธอในตอนนี้ก็คงจะร้ายกาจยิ่งกว่านี้เสียอีก!
หลังจากการเลื่อนระดับเสร็จสิ้น เธอรู้สึกว่าพละกำลังในร่างกายแข็งแกร่งขึ้นไม่น้อย ไม่เสียแรงที่เธอพยายามฝึกฝนมาเนิ่นนานถึงเพียงนี้
“ปลีกวิเวกมาเนิ่นนานขนาดนี้ ควรจะออกไปดูสักหน่อยได้แล้วล่ะ” ซือหม่าโยวเย่ว์ลงจากเตียงแล้วเปิดประตูออกไป
“ไม่เลวเลย เลื่อนระดับอีกแล้ว” พวกเว่ยจือฉีต่างรอคอยเธออยู่ที่หน้าประตู คุ้มกันให้กับเธอเพื่อมิให้ถูกคนรบกวน
“ร้ายกาจ!” เจ้าอ้วนชวีพูด
“พวกเจ้าก็มิได้เลื่อนระดับแล้วเหมือนกันหรอกหรือ” ซือหม่าโยวเย่ว์มองพวกเขาแวบหนึ่ง ทุกคนต่างก็เลื่อนระดับเมื่อไม่กี่วันมานี้เช่นเดียวกัน “ข้าปลีกวิเวกไปนานเท่าใดหรือ”
“หนึ่งเดือนกว่า ตอนนี้เหลืออีกเพียงสิบวันก็จะถึงกำหนดระยะเวลาสามปีแล้วนะ” เว่ยจือฉีเอ่ยตอบ
“สิบวัน…” ซือหม่าโยวเย่ว์พึมพำ
คิดไม่ถึงว่าจะมาถึงเมืองอันหยางได้สองเดือนแล้ว ฝึกยุทธ์จนลืมวันลืมคืนไปเลย!
“ใช่แล้ว วันนั้นตอนพวกเราออกไป ได้พบแม่นางเมื่อคราวก่อนด้วยล่ะ” เจ้าอ้วนชวีพูด
“ซือหม่าโยวฉิงหรือ”
“ไม่ใช่ เป็นซือหม่าโยวหลานต่างหา