่าหลานเจี๋ยรับคำเสียงหนึ่งแล้วถามอีกว่า “ท่านอาจารย์คิดว่างานประลองคราวนี้เป็นเช่นไรบ้าง”
“จากตอนนี้ไปถึงงานประลอง ก็เหลือเวลาอีกไม่ถึงสองปีแล้ว คนวัยกลางคนก็คงไม่ต่างกับที่เคยเป็นมา แต่สำหรับคนรุ่นเยาว์ คราวนี้มีดาวรุ่งดวงใหม่ไม่น้อยเลย แต่พรสวรรค์ของพวกเขาล้วนมิอาจเทียบเคียงกับเจ้าได้เลย เจ้าสนใจแค่ซือหม่าโยวหลินแห่งตระกูลซือหม่า ซางเฉียงหลีแห่งตระกูลซาง และหั่วจือเหยียนแห่งตระกูลหั่วก็พอแล้ว คนอื่นๆ ล้วนมิใช่คู่ต่อสู้ของเจ้าเลย”
“หลายปีมานี้ คนเหล่านั้นถูกเรียกรวมกับข้าว่าเป็นสี่พิสดาร ทว่าแต่ไหนแต่ไรก็ยังไม่เคยประมือกับพวกเขาเลย ข้าตั้งหน้าตั้งตาคอยงานประลองคราวนี้ยิ่งนัก!” น่าหลานเจี๋ยเอ่ยพร้อมรอยยิ้มเย็น
“งานประลองคราวนี้เกี่ยวโยงถึงการจัดลำดับของขุมอำนาจใหญ่แต่ละแห่ง การดวลระหว่างคนรุ่นเยาว์เป็นส่วนสำคัญเลยทีเดียว เจ้าอย่าได้ประมาทเป็นอันขาด มิฉะนั้นบิดาของเจ้าต้องตกที่นั่งลำบากแน่” น่าหลานหงพูด
“ข้าทราบแล้ว” น่าหลานเจี๋ยพูด “ข้าไม่มีทางทำให้ท่านพ่อและบรรดาผู้อาวุโสผิดหวังอย่างแน่นอน”
“เจ้าเข้าใจก็ดีแล้ว” น่าหลานหงพึงพอใจกับนายน้อยผู้เป็นศิษย์ของตนผู้นี้มาโดยตลอด แม้จะรู้นิสัยใจคอของเขาดีแต่ก็มิได้เป็นกังวลมากนัก
“แต่ว่า… ท่านอาจารย์ หญ้าคราบโลหิตที่เราเด็ดมาต้นนี้จะมีประโยชน์ต่อแม่เด็กผู้นั้นจริงๆ หรือไม่” น่าหลานเจี๋ยนึกถึงจุดประสงค์ของการออกมาในคราวนี้ขึ้นมา จึงถามอย่างไม