่เจ้าอ้วนชวีรินส่งมาให้ด้วยความใส่ใจ ก่อนจะเอ่ยว่า “พวกเราลงมือทั้งที ย่อมต้องไม่มีปัญหาอยู่แล้ว! นอกจากนี้ยังได้ของติดไม้ติดมือมาไม่น้อยเลยด้วย!”
“ของติดไม้ติดมืออันใดกัน” เสี่ยวถูทำตาโตมองซือหม่าโยวเย่ว์
ซือหม่าโยวเย่ว์ไม่พูดจา เพียงแค่มองเสี่ยวถูปราดหนึ่ง เขาจึงรีบพูดอย่างรู้ความขึ้นมาในทันทีว่า “อ้อ… ข้ารู้แล้ว พี่สาวกับพี่ชายฉกชิงแหวนเก็บวัตถุของผู้อื่นมาอีกแล้วล่ะสิ!”
“เรียกว่าฉกชิงอะไรกันเล่า ข้าแค่เก็บมาได้หรือไม่เล่า” ซือหม่าโยวเย่ว์มองเสี่ยวถูอย่างไม่เห็นด้วยพลางเอ่ยว่า “เอาวัตถุที่มีเจ้าของมาจึงจะเรียกว่าฉกชิง นี่ข้าแค่เก็บวัตถุไร้เจ้าของมาเท่านั้นเอง เข้าใจหรือไม่”
วัตถุที่มีเจ้าของจึงจะเรียกว่าฉกชิง ส่วนวัตถุไร้เจ้าของนั้นคือการเก็บมา เสี่ยวถูพยักหน้าอย่างแรง ตระหนักรู้ความจริงข้อนี้เข้าไปถึงแกนกลางกระดูก ดังนั้นอีกหลายปีต่อมาตอนที่เขาฉกชิงยาทิพย์วิญญาณที่ผู้อื่นเก็บเอาไว้ในมือมา เมื่อพบกับผู้อื่นที่ชี้มูลความผิด เขาก็จะพูดเสียราวกับเป็นเทพเซียนว่า “วัตถุที่มีเจ้าของจึงจะเรียกว่าฉกชิง ส่วนวัตถุไร้เจ้าของนั้นเรียกว่าเก็บมา เข้าใจหรือไม่”
พอพูดจบก็ทะยานขึ้นไปบนฟ้า ทำเอาคนทั้งกลุ่มโมโหจนแทบกระอักเลือด
………………………………………