กงถังก็เข้ามาด้วย
“ตระกูลน่าหลาน… คนพวกเดียวกันถึงจะอยู่ร่วมชายคาเดียวกันได้ ในเมื่อเป็นคนตระกูลเดียวกัน นิสัยใจคอก็ย่อมคล้ายคลึงกันอยู่แล้ว!” เป่ยกงถังมิได้มีความรู้สึกที่ดีต่อคนของตระกูลน่าหลานแต่อย่างใด นางขบกรามแน่นทั้งปาก
“ช่างน่ารังเกียจยิ่งนัก” ซือหม่าโยวเย่ว์ได้ยินว่าอีกฝ่ายต้องการฉุดคร่าหญิงสาวกลางวันแสกๆ รวมทั้งรสนิยมวิปริตของตาเฒ่าผู้นั้นแล้วเธอก็รู้สึกคลื่นไส้ “แต่ตอนนี้พวกเรามิอาจไปหาเรื่องพวกเขาได้ง่ายๆ รอให้พวกเราเข้าใจสถานการณ์ทางนี้ก่อนแล้วค่อยจัดการกับพวกเขาดีกว่านะ”
“อื้ม” เป่ยกงถังพยักหน้า ทำอย่างไรก็มิอาจขจัดความโมโหในใจให้จางหายไปได้ง่ายๆ
เช้าวันรุ่งขึ้น ซือหม่าโยวเย่ว์ลากตัวเป่ยกงถังไปยังท้องถนน ในตอนแรกก็เพื่อไปฟังเรื่องของตระกูลน่าหลานสักหน่อย อีกฝ่ายเห็นพวกเขาไม่รู้เรื่องตระกูลน่าหลานเลยแม้แต่น้อย จึงมองพวกเขาราวกับมองคนป่าเถื่อน แต่ก็ยังบอกข่าวสารที่ตนรู้แก่พวกเขา
ผลปรากฏว่าตระกูลน่าหลานเป็นขุมอำนาจชั้นหนึ่งแห่งดินแดนอี้หลิน ผู้อาวุโสเฉาไม่อยู่ที่เมืองหลวง แต่อยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของเมืองหลินอาน ซึ่งเป็นทิศทางตรงกันข้ามกับตระกูลซือหม่าพอดี ถึงอย่างไรก็จัดตัวเองอยู่ในสี่ตระกูลใหญ่ได้ ย่อมมิอาจประเมินอำนาจที่แท้จริงต่ำเกินไปได้
แต่เมื่อรู้ว่ามิใช่อาวุโสเฉาแห่งตระกูลน่าหลานที่นี่ ซือหม่าโยวเย่ว์จึงวางใจไปเปลาะหนึ่ง เธอดึงตัวเป่ยกงถังเดินไปจนทั่วท้องถนน