ให้กับความขุ่นเคืองใจของท่านด้วยเถิด!” ดีร้ายอย่างไรองค์จักรพรรดิจันทร์ประจิมก็เป็นคนที่มีชีวิตอยู่มานานปีถึงเพียงนี้แล้ว เหตุใดจึงฟังความหมายของซือหม่าโยวเย่ว์ไม่ออก แต่ก็สิ้นไร้หนทาง จึงทำได้เพียงแค่เอาอกเอาใจพวกเขาอย่างสุดกำลังเท่านั้น มิฉะนั้นเมื่อใดที่สัตว์อสูรเหนือเทพลงมือแล้ว เกรงว่าคงจะมิได้สูญเสียเพียงเท่านี้แน่
ดังนั้นจักรพรรดิจันทร์ประจิมจึงใช้เวลาทั้งคืนอยู่ที่โถงรับแขกของพวกซือหม่าโยวเย่ว์ แต่พวกเขาคุยอะไรกันนั้น คนนอกมิอาจล่วงรู้ได้เลย พวกเขารู้เพียงแค่ว่าวันรุ่งขึ้นที่จักรพรรดิจันทร์ประจิมออกมานั้น สีหน้าดูไม่สู้ดีนัก
ซือหม่าโยวเย่ว์ผู้นี้ช่างใจจืดใจดำเหลือเกิน! นี่คือเสียงร่ำร้องในใจของจักรพรรดิจันทร์ประจิมในขณะนี้ เมื่อเห็นว่าในลานบ้านยังมีจ้าววิญญาณที่นอนหายใจรวยรินอยู่สองคนจึงเอ่ยว่า “นำตัวพวกเขากลับไปให้หมด! พวกที่ตายไปแล้วก็จัดการให้เรียบร้อยเสีย”
ทหารรับใช้กำลังเตรียมตัวลงมือ เสียงของเจ้าไก่ฟ้าก็ดังมาจากในห้อง “ในเมื่อมากันแล้ว ก็ทิ้งพวกเขาเอาไว้ที่นี่เถิด!”
พอพูดจบ ซากศพห้าร่างและคนใกล้ตายสองคนก็กลายเป็นหมอกโลหิตก่อนจะจางหายไป
จักรพรรดิจันทร์ประจิมและทหารรับใช้ล้วนตาค้าง เกรงว่านี่คงมิใช่สิ่งที่สัตว์อสูรเหนือเทพทั่วไปจะทำได้กระมัง!
“โชคดี! โชคดียิ่งนัก!” จักรพรรดิจันทร์ประจิมตบหน้าอกตัวเอง ถึงแม้ว่าจะสูญเสียสิ่งล้ำค่าไปไม่น้อย แต่อย่างน้อยก็ปลอบประโลมอีกฝ่ายใ