ปหมายตาทรัพย์สินของจักรพรรดิจันทร์ประจิมอีกเล่า”
ซือหม่าโยวเย่ว์มองเจ้าอ้วนชวีอย่างไม่เห็นด้วยแล้วเอ่ยด้วยสีหน้าจริงจังว่า “ช่างเป็นคนขี้แพ้เสียจริง! เจ้ามิได้เป็นคนหาเลี้ยง เจ้าไม่รู้หรอกว่าค่ากินอยู่มันแพงแค่ไหน พวกเรามีกันหลายคนเช่นนี้ ต้องสิ้นเปลืองตั้งมากมาย ย่อมต้องมีสักวันที่ใช้ของพวกนี้หมด พวกเรามิอาจทำตัวเป็นเสือนอนกิน จำเป็นต้องหาแหล่งทรัพยากร เข้าใจหรือไม่”
เมื่อได้ฟังคำพูดหน้าไม่อายของเธอ ทุกคนก็กระตุกมุมปาก
ข้าวของภายในเจดีย์วิญญาณนั้นเกิดขึ้นใหม่ได้ตลอด นอกจากนี้ยังมีพ่อบ้านที่แกร่งกล้าอยู่ทั้งคนด้วย เพาะปลูกเองได้ ย่อมไม่มีทางที่มันจะหมดสิ้นไปอย่างแน่นอน!
เธอเก็บข้าวของเข้าไปภายในมณีวิญญาณ เจ้าวิญญาณน้อยต้องจัดการได้อยู่แล้ว หลังจากนั้นเธอจึงบิดขี้เกียจแล้วเอ่ยว่า “วันนี้ช่างอากาศดี เหมาะสมกับการนอนเสียจริง พรุ่งนี้หลังจากเข้าร่วมงานวันเกิดของจักรพรรดิจันทร์ประจิมแล้วพวกเราค่อยใช้ค่ายกลนำส่งไปยังอาณาจักรอู๋กลางกัน”
พอพูดจบเธอก็กลับไปยังห้องของตนอย่างอารมณ์ดีเป็นที่สุด
จักรพรรดิจันทร์ประจิมฟังรายงานของทหารรับใช้ด้วยสีหน้าอมทุกข์ เมื่อนึกถึงว่าได้มอบสิ่งของให้พวกซือหม่าโยวเย่ว์ไปมากมายถึงเพียงนั้น หัวใจของเขาก็เจ็บปวดเหลือทน
“ยังดีที่พวกเขาอยู่ถึงแค่พรุ่งนี้ก็ไปแล้ว ไม่รู้ว่าคิดจะทำอะไรกันอีก!” จักรพรรดิจันทร์ประจิมพึมพำเสียงเบาคล้ายกับกลัวว่าเจ้าไก่ฟ้าที่ไม่ได้อยู่ที่