ามารถอ่านวิชายุทธ์ในสองชั้นล่างจนหมด ตอนแรกนั้นมีคนคิดว่าเขาแสร้งทำ สุดท้ายเขาจึงแสดงวิชายุทธ์สิบวิชาในโถงใหญ่ของหอเจินอูออกมาเสียเลยทำให้คนที่มาล้อมวงดูตื่นตะลึงไปหมด
ณ ห้องทรงพระอักษร ฮ่องเต้ซุนเทียนฟังรายงานขององครักษ์ชุดขาวแล้วก็เกิดความสนใจขึ้นมา “หยางโจว… ศิษย์ของอารามมังกรผงาด… ในที่สุดก็มาแล้ว” ฮ่องเต้ซุนเทียนก็เหมือนกับใต้หล้าแห่งยุทธภพที่กำลังรอว่าอารามมังกรผงาดจะบังเกิดผู้มีพรสวรรค์ที่เป็นเช่นใด เมื่อมีมรรคาจารย์ดูแลอยู่ อารามมังกรผงาดไม่น่าจะด้อยกว่าตระกูลขุนนางประคองจันทร์และวัดมังกรแท้ ในที่สุดวันนี้ก็ปรากฏยอดอ่อนชั้นดีขึ้นมาแล้ว ฮ่องเต้ซุนเทียนบอกว่า “ไปตรวจสอบความเป็นมาของหยางโจวมา” “พะยะค่ะ” องครักษ์ชุดขาวออกไปทันที หยางโจวไม่ได้ฝึกยุทธ์กับมรรคาจารย์ ฉะนั้นฮ่องเต้ซุนเทียนจะต้องจับตาดูไว้สักหน่อย
ครึ่งเดือนหลังจากนั้น ที่ขั้นเจ็ดของหอเจินอู หยางโจวหาวไปพลาง เดินขึ้นชั้นบนไปพลาง ชั้นนี้สงบเงียบกว่าชั้นหกไม่น้อย เขาเพิ่งเดินขึ้นมาก็เห็นว่ามีคนผู้หนึ่งกำลังนั่งขัดสมาธิและจดจ่อใช้ความคิดอยู่ตรงที่ว่างกึ่งกลางหอ เบื้องหน้าเขามีตำรายุทธ์ที่เปิดกางเอาไว้สิบเล่ม เป็นโจวเจวี่ยซื่อนั่นเอง หยางโจวเกิดความสนใจขึ้นมาจึงเดินไปข้างหลังโจวเจวี่ยซื่อแล้วพลางหรี่ตาลงมอง
โจวเจวี่ยซื่อรู้ว่าหยางโจวมาแต่ไม่ได้เก็บมาใส่ใจ เพราะก่อนหน้านี้ก็มีคนมามองเขาเช่นกัน เขาสามารถทำใจให้สงบไม่วอกแวก