ขาก็ไปเที่ยวเล่นตามสถานที่ต่างๆ ทั่วเมืองผิงคัง ยังเหลือเวลาอีกสองวันกว่าจะถึงวันเฉลิมพระชนมพรรษาของจักรพรรดิจันทร์ประจิม เจ้าเมืองมาหาพวกเขาเพื่อบอกว่าให้ไปได้แล้ว พวกเขาจึงมาบอกลาไป๋อวิ๋นฉีและคนอื่นๆ ก่อนจะใช้ค่ายกลนำส่งไปยังเมืองหลวง
ก่อนจะไป ซือหม่าโยวเย่ว์ได้มอบขวดหยกใบหนึ่งให้กับไป๋อวิ๋นฉี มิได้บอกว่าเป็นสิ่งใด ส่วนเขาเองก็ไม่ได้ดู เพียงแค่มองพวกเขาจากไปด้วยความรู้สึกเศร้าโศก
“เฮ้อ ไม่รู้ว่าพวกโยวเย่ว์จะกลับมาที่เมืองผิงคังอีกหรือไม่” ไป๋อวิ๋นฉีพูดพลางถอนหายใจ
ซุนหรานหร่านมองท้องฟ้าอันเวิ้งว้างพลางรำพึงว่า “ที่นั่นต่างหากเล่าจึงจะเป็นเป้าหมายของพวกเขา”
ไป๋หยวนฉุนมองดูไป๋อวิ๋นฉีที่โตเป็นผู้ใหญ่ขึ้นมาไม่น้อยแล้วรู้สึกขอบคุณผลกระทบที่พวกซือหม่าโยวเย่ว์มีต่อเขาอยู่ในใจ เมื่อเห็นขวดหยกในมือไป๋อวิ๋นฉีจึงเอ่ยว่า “เจ้าไม่ดูสักหน่อยหรือว่าเขาทิ้งอะไรไว้ให้กับเจ้า”
“ใช่แล้ว ไม่รู้ว่าเขาทิ้งยาวิเศษอันใดไว้ให้กับข้า เจ้าคนผู้นี้ ไม่เพียงแต่พลังยุทธ์จะสูงส่งอย่างยิ่งเท่านั้น แต่ยังเป็นนักหลอมยาด้วย ช่างทำร้ายผู้อื่นเสียจริง!” ไป๋อวิ๋นฉีพูดพลางเปิดขวดหยกแล้วเทยาวิเศษในนั้นออกมา ยาวิเศษสีทองอร่ามสองเม็ดก็หล่นลงมาในอุ้งมือเขา
“ท่านพ่อ เหตุใดข้าจึงรู้สึกว่ายาวิเศษสองเม็ดนี้ดูคุ้นตาอยู่สักหน่อย” ไป๋อวิ๋นฉีพูดพลางมองดูยาวิเศษ
ไป๋หยวนฉุนตกใจกับยาวิเศษสองเม็ดนี้จนอ้าปากค้าง ผ่านไปครู่ใหญ่จึงพูดตะ