เป่ยกงถังเห็นเสี่ยวถูร้องไห้อย่างเจ็บปวดใจถึงเพียงนั้นจึงมองซือหม่าโยวเย่ว์อย่างลำบากใจอยู่บ้างแล้วพูดว่า “ไม่อย่างนั้นพวกเราก็พาเขาไปด้วยเถิด”
“เจ้านี่… พอได้พบเขาก็จบเห่เลยนะ” ซือหม่าโยวเย่ว์มองเป่ยกงถังอย่างไม่เห็นด้วยแล้วพูดว่า “เรื่องนี้พวกเราจะคุยกันแค่สองคนไม่ได้หรอกนะ ต้องไปหารือกับพวกเขาด้วย”
เมื่อเทียบกับชะตาชีวิตที่ไม่รู้อนาคตแล้ว การอยู่ที่นี่ย่อมเป็นทางเลือกที่ดีกว่าอย่างไม่ต้องสงสัยเลย
เป่ยกงถังเรียกพวกเว่ยจือฉีทั้งสามคนมาแล้วพูดเรื่องเสี่ยวถูให้ฟัง ทั้งสามคนก็ออกจะไม่เห็นด้วยอยู่บ้าง
“ที่แท้แล้วตระกูลซือหม่าแห่งอาณาจักรอู๋กลางมีสถานการณ์เป็นเช่นไรพวกเราก็ยังไม่รู้เลย ถ้าหากดีก็ดีอยู่หรอก แต่ถ้าหากอีกฝ่ายพูดไม่รู้เรื่อง พอถึงตอนนั้นหากเขาไปกับพวกเราด้วยจะเสี่ยงอันตรายอย่างยิ่งหรอกหรือ” เว่ยจือฉีพูด
“ข้าเห็นด้วยกับจือฉีนะ” โอวหยางเฟยพูด
“แต่เสี่ยวถูไม่อยากอยู่ที่นี่ เช่นนั้นหากเขาอยู่ที่นี่ก็คงไม่มีความสุขนักหรอก” เจ้าอ้วนชวีพูด “หลังจากที่พวกเราไปถึงอาณาจักรอู๋กลางแล้วก็จัดการเขาให้ดีก่อน หลังจากนั้นค่อยไปช่วยพวกท่านปู่ก็ได้นี่”
ซือหม่าโยวเย่ว์ส่ายหน้าแล้วพูดว่า “ข้าก็ยังรู้สึกว่าไม่น่าจะได้อยู่ดี มีปัจจัยที่พวกเราไม่รู้อยู่มากเกินไป”
“พี่สาว พี่ชาย พวกท่านไม่ต้องสนใจข้าหรอก พวกท่านไปทำธุระ ส่วนข้าก็รอพวกท่านอยู่แถวนั้นก็พอแล้ว หากพวกท่านจะวิ่งหนีเมื่อไหร่ ข้าก็แค่วิ่