งหนีไปกับพวกท่านด้วย” เสี่ยวถูพูด
เมื่อเห็นเขาพูดถึงขนาดนี้แล้ว พวกซือหม่าโยวเย่ว์ก็มิอาจทิ้งเขาไว้โดยไม่สนใจ โดยเฉพาะเมื่อพวกเขามองออกว่าเป่ยกงถังก็มิอาจตัดใจจากเขาได้
“เฮ้อ” ซือหม่าโยวเย่ว์ทอดถอนใจแล้วพูดว่า “เสี่ยวถู ถ้าหากพวกเราตายไปหมด เจ้าก็คงได้แต่กลายเป็นเด็กเร่ร่อนอีกครั้งนะ!”
“ไม่มีทางหรอก!” เสี่ยวถูพูดอย่างจริงใจ
“เพราะเหตุใดเล่า” เจ้าอ้วนชวีถาม
เสี่ยวถูมองเจ้าอ้วนชวีพลางเอ่ยว่า “หากพวกท่านตายกันหมด ข้าก็ต้องตายไปด้วยเช่นกัน ไม่มีทางกลายเป็นเด็กเร่ร่อนหรอก!”
หัวใจทุกคนสั่นสะท้าน เขาคิดจะร่วมเป็นร่วมตายกับพวกตนแล้วอย่างนั้นหรือ
“ในเมื่อตัดสินใจแล้วก็เอาอย่างนี้แหละ” ซือหม่าโยวเย่ว์พูด “อย่างแย่ที่สุดตอนเกิดเรื่องก็พาเขาไปไว้ในที่แห่งนั้นแล้วกันนะ”
เสี่ยวถูไม่รู้จักที่แห่งนั้น แต่ทุกคนล้วนเข้าใจดีว่าคือภายในเจดีย์วิญญาณนั่นเอง
เมื่อตัดสินใจเรียบร้อยแล้ว ทุกคนก็พากันออกไปไม่วุ่นวายต่ออีก เหลือไว้เพียงแค่ซือหม่าโยวเย่ว์กับเสี่ยวถูสองคนเท่านั้น
ซือหม่าโยวเย่ว์ให้เสี่ยวถูกินยาวิเศษน้ำแข็งยะเยือกสองเม็ด เม็ดหนึ่งเธอใช้พลังวิญญาณเร่งปฏิกิริยา ส่วนอีกเม็ดนั้นเธอใช้พลังวิญญาณห่อหุ้มเอาไว้ให้คงอยู่ภายในร่างกายของเขา
เธอค้นพบว่าระยะนี้พลังจิตของตนก้าวหน้าขึ้นไม่น้อย จึงคิดเอาไว้ว่าถ้าหากเสี่ยวถูทนรับได้ไหว หลังจากที่เธอทลายเปิดเส้นลมปราณทั้งสิบสองเส้นแล้วก็จะทลายเปิดชีพจรเสริมเหล่าน