ั้นไปด้วยเลย
เส้นลมปราณสามเส้นที่เหลือก็ถูกอุดกั้นอย่างสมบูรณ์เหมือนกับเส้นลมปราณเส้นอื่นๆ ก่อนหน้านี้ ไม่รู้ว่าสิ่งปฏิกูลเหล่านั้นคืออะไรจึงได้แข็งทนทานถึงเพียงนั้น นอกจากนี้ยังอุดกั้นอยู่ในเส้นลมปราณได้ทุกเส้นอีกด้วย
เพราะมีความเชี่ยวชาญในการควบคุมเปลวเพลิงของเพลิงชาดมากยิ่งขึ้น คราวนี้เธอจึงทลายเปิดเส้นลมปราณได้รวดเร็วขึ้นไม่น้อย พอทลายเปิดเส้นลมปราณอีกสามเส้นที่เหลือจนหมดแล้วเธอจึงค่อยละลายยาวิเศษน้ำแข็งยะเยือกอีกเม็ดที่เหลือเพื่อลดอุณหภูมิร่างกายของเสี่ยวถูลงอีกครั้ง แล้วตนจึงเคลื่อนเปลวเพลิงไปยังชีพจรเสริมของเขา
ถึงแม้ว่าชีพจรเสริมเหล่านั้นจะมิได้ถูกอุดสนิทเหมือนกับเส้นลมปราณ แต่ก็มีสิ่งปฏิกูลอยู่ไม่น้อยเช่นกัน แต่ยังดีที่พวกมันมิได้แข็งเหมือนกับในชีพจรหลัก ทั้งยังมีจำนวนน้อย ดังนั้นเธอจึงทำให้สะอาดหมดจดได้ในคราวเดียว
หลังจากที่เธอถอนเปลวเพลิงออกจากร่างกายของเสี่ยวถูแล้ว เขาก็หมดสติไปดังเช่นก่อนหน้านี้ แต่ซือหม่าโยวเย่ว์กลับมิได้หมดสิ้นเรี่ยวแรงเหมือนเมื่อก่อน
เป่ยกงถังเข้ามา เห็นซือหม่าโยวเย่ว์สีหน้าไม่เลว จึงเอ่ยถามว่า “เสร็จสิ้นแล้วหรือ”
ซือหม่าโยวเย่ว์พยักหน้าก่อนจะยืนขึ้นแล้วเอ่ยว่า “เรื่องที่ข้าพอทำได้ก็ทำไปหมดแล้ว ต่อไปเรื่องการสอนเขาฝึกยุทธ์ก็ยกให้พวกเจ้าแล้วละนะ! ข้าไม่มีความอดทนพอที่จะเป็นอาจารย์ได้หรอก”
เป่ยกงถังกลอกตาใส่เธอทีหนึ่ง “ไม่มีความอดทน เช่นนั้นใครเป็นผู้