สอนข้ากับโอวหยางหลอมยาวิเศษกันเล่า”
“พวกเจ้าศึกษากันเองต่างหาก” ซือหม่าโยวเย่ว์หยิบยาวิเศษเม็ดหนึ่งออกมากินแล้วพูดว่า “พอเขาฟื้นขึ้นมา เจ้าก็สอนเขาดูดซับปราณวิญญาณเข้าสู่ร่างกายแล้วกัน ก่อนหน้านี้เขาพอจะรับสัมผัสปราณวิญญาณได้บ้างแล้ว คิดว่าการดูดซับเข้าสู่ร่างกายก็คงจะไม่ยากมากนักหรอก”
“ได้สิ เจ้าไปพักผ่อนเถิด” เป่ยกงถังพูด
ก่อนซือหม่าโยวเย่ว์จะจากไปก็มองเสี่ยวถูปราดหนึ่ง ในใจบอกว่าเจ้าเด็กผู้นี้ได้มาพบกับตนช่างเป็นโชคดีอย่างแท้จริง ส่วนตนก็โชคดีเช่นเดียวกัน
ถ้าหากตอนนั้นเส้นลมปราณของเธอมิได้ถูกปิดตายเพราะถูกพิษ หากแต่ถูกสิ่งปฏิกูลที่แข็งราวกับเหล็กอุดกั้นเหมือนกับเสี่ยวถู เกรงว่าตนคงได้แต่เป็นคนไร้ค่าไปชั่วชีวิตจริงๆ เสียแล้ว
และถ้าหากเสี่ยวถูมิได้พานพบกับตน เกรงว่าก็คงต้องเป็นคนไร้ค่าไปชั่วชีวิตเช่นกัน
ช่างเป็นพรหมลิขิตโดยแท้! เธออุทานอยู่ในใจประโยคหนึ่ง หลังจากนั้นจึงกลับไปพักผ่อน
เสี่ยวถูนอนหลับอยู่วันหนึ่งก็ฟื้นแล้ว พอลืมตาขึ้นมาเห็นห้องอันว่างเปล่า เขาจึงกระโดดลงมาจากเตียงในทันใดแล้วพุ่งตัวออกไปด้านนอกด้วยเท้าเปล่า ก่อนจะตะโกนอย่างตื่นตระหนกว่า “พี่ชาย พี่สาว!”
เป่ยกงถังที่กำลังหลอมยาอยู่ห้องข้างๆ คิดว่าเกิดเรื่องอันใดขึ้นกับเขาจึงตกใจจนเกือบจะทำให้เครื่องยาในเตาเสียหาย
เว่ยจือฉีเปิดประตูออกมาเห็นเสี่ยวถูเท้าเปล่า จึงถามว่า “เป็นอะไรไปหรือ เสี่ยวถู”
เสี่ยวถูเห็นเว่ยจือฉีแล้วจ