เหล่านั้นไป ไม่รู้ว่าพวกเขามียอดฝีมือระดับใดคุ้มกันอยู่ แต่ในเมื่อทั้งจ้าววิญญาณหูและจ้าววิญญาณหลิ่วล้วนตายไปกันหมดแล้ว ส่งคนพลังยุทธ์ต่ำต้อยไปก็ไม่มีประโยชน์หรอก” ฉินโม่พูด
“หม่อมฉันเข้าใจแล้วเพคะ!” นางกำนัลย่อกายคารวะก่อนจะถอยออกไป
“ซือหม่าโยวเย่ว์ ข้าจะทำให้เจ้าไปไม่กลับ!”
ณ เมืองผิงคัง ซือหม่าโยวเย่ว์มองเจ้าเมืองผู้มีรอยยิ้มระบายเต็มหน้า เหตุใดจึงดูเหมือนดอกเบญจมาศอันสดใสเช่นนี้เล่า
“แค่กๆ ไม่ทราบว่าท่านเจ้าเมืองเรียกตัวพวกเรามาพบด้วยเรื่องอันใดหรือ” เว่ยจือฉีเห็นสีหน้าของซือหม่าโยวเย่ว์ก็รู้แล้วว่าเธอคิดถึงเรื่องไม่ดีเสียแล้ว เพื่อป้องกันไม่ให้เธอพูดออกมา ตนจึงเอ่ยปากถามขึ้น
เจ้าเมืองละสายตาจากเจ้าไก่ฟ้า แล้วหยิบเทียบเชิญสีทองอร่ามอันหนึ่งออกมาพลางเอ่ยว่า “นี่คือเทียบเชิญที่องค์จักรพรรดิจันทร์ประจิมของข้าทรงส่งมาให้ทุกท่าน ทรงอยากเชิญพวกเจ้าไปเข้าร่วมงานเลี้ยงฉลองวันพระราชสมภพของฝ่าบาทที่เมืองหลวงในอีกสิบวันให้หลัง”
“เชิญพวกเราไปเข้าร่วมงานเลี้ยงอย่างนั้นหรือ” เจ้าอ้วนชวีมองเจ้าเมืองแล้วพูดว่า “พวกเรามิได้รู้จักกับจักรพรรดิจันทร์ประจิมเสียหน่อย แล้วเขาจะอยากเชิญพวกเราไปทำไมกัน”
ในเมื่อเทียบเชิญของจักรพรรดิจันทร์ประจิมส่งมาแล้วพวกเขาก็ไม่ควรปฏิเสธ ถึงอย่างไรก็ต้องไปใช้ค่ายกลนำส่งของเมืองหลวง
เว่ยจือฉีรับเทียบเชิญมาแล้วพูดว่า “พอถึงตอนนั้นพวกเราจะไปให้ตรงเวลา”
“ฮ่าๆ เช่นนั้นอีกส