ันโกลาหลเบื้องล่างแล้วเอ่ยว่า “ขอยกที่นี่ให้กับพวกเจ้าแล้วกันนะ!”
พอพูดจบเธอก็ลงไปเข้าร่วมการต่อสู้ด้วย
“ข้าก็ขอสัมผัสพลังยุทธ์ของเจ้าสักคราหนึ่งแล้วกัน!” ซีเย่ว์ซีพูดจบก็พุ่งโจมตีเข้าใส่เป่ยกงถัง ทั้งสองคนสู้กันอยู่บนท้องฟ้าห่างไกลออกไปเรื่อยๆ
ไป๋หยวนฉุนก็พุ่งเข้าใส่จ้าววิญญาณหู ทิ้งจ้าววิญญาณหลิ่วเอาไว้ให้ยืนมองเจ้าไก่ฟ้าอย่างระแวดระวัง
เจ้าไก่ฟ้าถอนหายใจแล้วพูดว่า “อันที่จริงแล้วข้าไม่ชอบ ไม่ชอบสังหารมนุษย์เอาเสียเลย แต่ใครใช้ให้พวกเจ้ามายั่วยุเขากันเล่า”
พอพูดจบเขาก็หลับตา เมื่อลืมตาขึ้นอีกครั้ง ดวงตาทั้งสองก็ปรากฎแววในตาขึ้น เขาจ้องมองจ้าววิญญาณหลิ่วเขม็ง แววตาแปรเปลี่ยน จ้าววิญญาณหลิ่วผู้นั้นก็ถูกกักขังเอาไว้เสียแล้ว
“แหลกสลาย!”
เจ้าไก่ฟ้าพูดอย่างเรียบเรื่อยเสียงหนึ่ง ห้วงมิติที่กักขังจ้าววิญญาณหลิ่วเอาไว้ก็แหลกสลายไปในทันใด ร่างกายของเขาก็กลายเป็นไอโลหิตไปพร้อมกันด้วย
ฉากนี้ทำให้ผู้คนเบื้องล่างพากันตะลึงลาน เขาเพียงแค่ยืนนิ่งอยู่ที่เดิมมิได้ขยับเขยื้อน ก็ทำให้จ้าววิญญาณขั้นสามผู้หนึ่งดับสูญไปโดยไม่เหลือแม้แต่ซากเสียแล้ว
แม้กระทั่งซือหม่าโยวเย่ว์เองเมื่อได้เห็นฉากนี้แล้วก็ยังหนาวสะท้าน ตอนนั้นถ้าหากตอนนั้นเขาใช้กระบวนท่านี้กับตน เพลิงชาดจะช่วยตนเอาไว้ได้หรือไม่
ฉากการตายของจ้าววิญญาณหลิ่วกระแทกหัวใจของทุกคนอย่างแรง ศักยภาพของทั้งสองฝ่ายแตกต่างกันอย่างมหาศาลอีกครั้ง
เดิมทีเจ้า