สำหรับเรื่องที่ฉินหมิงมาถามหาตัวคนนั้น พวกไป๋หยวนฉุนมิได้บอกพวกซือหม่าโยวเย่ว์เลย และไม่มีใครอยากให้พวกเขาจากไปด้วย เพราะเกรงว่าพอพวกเขาออกไปแล้วจะถูกคนของฉินหมิงจับตัวไป
หลังจากฉินหมิงกลับไปแล้วก็บอกซีเย่ว์ซีเรื่องที่ไป๋หยวนฉุนไม่ยอมมอบตัวคนให้ อีกทั้งยังใส่สีตีไข่ว่าอีกฝ่ายไม่เห็นนางและราชสำนักอยู่ในสายตาเลย ทำเอานางโมโหจนตบโต๊ะด่าทอ บอกว่าจะไล่บี้กลุ่มนกนางนวลให้ถึงที่สุด
“องค์หญิงเพคะ ทว่าไป๋หยวนฉุนผู้นั้นเป็นถึงยอดฝีมือระดับจ้าววิญญาณ ถ้าหากไม่จัดการเขาเสียก่อน การจะแตะต้องกลุ่มทหารรับจ้างนกนางนวลนั้นก็คงมิใช่เรื่องง่ายเลย” ฉินหว่านเข้าใจความคิดของบิดาตน รู้ว่าเขาคิดจะอาศัยสิ่งนี้จัดการกลุ่มทหารรับจ้างนกนางนวล จึงรีบพูดเสริมขึ้น
“มิน่าเล่าถึงได้เหิมเกริมเช่นนี้!” ซีเย่ว์ซีหัวเราะเสียงเย็น “เด็กๆ”
“พ่ะย่ะค่ะ!” บ่าวรับใช้สองคนเข้ามาก่อนจะพูดกับซีเย่ว์ซีว่า “องค์หญิงทรงมีพระบัญชาอันใดหรือพ่ะย่ะค่ะ”
“พวกเจ้าสองคนกลับไปทูลพระมารดาให้ทรงส่งคนระดับจ้าววิญญาณสองคนมาที่นี่!” ซีเย่ว์ซีออกคำสั่ง
“พ่ะย่ะค่ะ องค์หญิง”
สองคนนั้นถอยออกไปแล้วตรงไปยังค่ายกลนำส่ง
ฉินหว่านและฉินหมิงประสานสายตากันปราดหนึ่ง มุมปากของทั้งคู่ยกเป็นรอยยิ้มจางๆ
“องค์หญิง ท่านหัวหน้ากลุ่ม จากข่าวที่พวกเราได้รับมา คราวนี้กลุ่มนกนางนวลรับภารกิจหนึ่งมา ซึ่งมีความสำคัญกับพวกเขาเป็นอย่างยิ่ง ดูเหมือนว่าไป๋หยวนฉุนผู้นั้นวางแ