ยู่บ้าง
“โยวเย่ว์ เส้นลมปราณของท่านพ่อข้าขาดสะบั้นทั้งหมด มิอาจฟื้นฟูได้แล้วจริงๆ หรือ” ไป๋อวิ๋นฉียังมิอาจยอมรับได้ว่าบิดาของตนจะกลายเป็นคนพิการนอนติดเตียงเช่นนี้ จึงเอ่ยถามขึ้น
“เมื่อครู่ข้าบอกไปแล้วว่ามีเพียงการถอดร่างเปลี่ยนกระดูกเท่านั้น มิฉะนั้นก็คงได้แต่อยู่บนเตียงไปชั่วชีวิตแล้วล่ะ” ซือหม่าโยวเย่ว์พูดอย่างแน่วแน่
“ฮูหยิน นายท่าน ท่านหัวหน้ากลุ่มได้รับบาดเจ็บสาหัสถึงเพียงนี้ การจะรักษาชีวิตเอาไว้ได้ก็มิใช่เรื่องง่ายแล้วนะขอรับ” ท่านหมอผู้หนึ่งในห้องเอ่ยปากพูด
“มิใช่เรื่องง่ายอันใดกัน พวกเจ้าไสหัวไปให้ข้าเสียให้หมด เจ้าพวกไร้ประโยชน์!” พอไป๋อวิ๋นฉีได้ฟังวาจาของท่านหมอผู้นั้นก็โมโหจนตะโกนลั่น
“พวกเจ้าออกไปให้หมด” ซุนหรานหร่านพยายามทรงตัวแล้วพูดกับไป๋อวิ๋นฉีว่า “อวิ๋นฉี ไปส่งพวกเขาที”
“ขอรับ ท่านแม่” ไป๋อวิ๋นฉีเห็นมารดาของตนเองเป็นเช่นนี้ ถึงแม้ว่าจะไม่เต็มใจ แต่ก็ยังต้องออกไปส่งพวกเขาทั้งหมดอย่างเชื่อฟัง
ทันใดนั้นภายในห้องก็เหลือเพียงแค่ซือหม่าโยวเย่ว์กับซุนหรานหร่านเพียงสองคน
ซุนหรานหร่านมองเธอแล้วพูดว่า “เมื่อครู่เจ้ายังเอ่ยวาจาไม่หมดใช่หรือไม่”
…………………………..………