ซือหม่าโยวเย่ว์จึงเบนสายตาไปบนร่างของซีเย่ว์ซี คราก่อนไม่ได้เห็นหน้านางอย่างชัดเจน ครานี้ได้เห็นแล้ว ก็พบว่าเป็นหญิงงามอย่างแท้จริง แต่เมื่อเทียบกับรูปลักษณ์ของนางแล้ว กลิ่นอายตลอดร่างของนางยังชวนให้คนจับจ้องมากกว่าเสียอีก
ซีเย่ว์ซีมองซือหม่าโยวเย่ว์ เมื่อเห็นว่าเธอถึงกับกล้ามองตนตรงๆ มิได้ตกใจกับกลิ่นอายของตนเลย จึงเอ่ยว่า “กล้าไม่น้อยเลยนะ”
“หยิบยืมความกล้ามาจากฟ้าดินทั้งนั้นแหละ” ซือหม่าโยวเย่ว์พูดยิ้มๆ “สาวงาม รูปลักษณ์ท่านไม่เลวเลยนะ อยากเขาไปเป็นฮูหยินชาวป่ากับข้าหรือไม่เล่า”
“แค่เด็กหัวขนอย่างเจ้านี่นะ” ซีเย่ว์ซีพูด “ขนยังไม่ทันยาวก็คิดจะทำลายปณิธานสตรีแล้วอย่างนั้นหรือ”
ซือหม่าโยวเย่ว์ใช้นิ้วมือหนึ่งชี้ไปที่ศีรษะพลางส่ายหน้าแล้วเอ่ยว่า “ไม่ๆๆ ข้าไม่ทำลายปณิธานสตรีธรรมดาทั่วไปหรอก ข้าสนใจเพียงแค่สาวงามเท่านั้นแหละ”
“วาจาลื่นเป็นปลาไหลเชียว!” ซีเย่ว์ซีมิได้โกรธเคือง แล้วพูดว่า “ในเมื่อน้องหญิงบอกว่าพวกเจ้าทำร้ายนาง ลูกพี่ลูกน้องอย่างข้าก็มิอาจเมินเฉยได้ เจ้าคุกเข่าขอโทษนางเสีย ขอแค่นางให้อภัยเจ้า วันนี้เจ้าก็จากไปได้แล้วล่ะ”
ให้เธอคุกเข่าอย่างนั้นหรือ
ซือหม่าโยวเย่ว์หัวเราะชั่วร้าย “ถ้าหากข้าไม่ทำเล่า”
“เช่นนั้นก็ได้แต่ทำให้เจ้าขาหักจนต้องคุกเข่าแล้วล่ะ!” ซีเย่ว์ซีพูดอย่างเรียบเรื่อย ไม่ได้รู้สึกเลยว่าวาจาเช่นนี้ของตนโหดเหี้ยมยิ่งนัก
“น่าเสียดายที่ได้เนื้อหนังมังสามาจากบิดามา