้นั้นจึงมองมาทางนี้ สายตาคมกริบ แฝงไว้ด้วยความหยิ่งยโสสูงส่ง
“หญิงสาวผู้นั้นคือใครกัน ช่างมีกลิ่นอายแข็งแกร่งยิ่งนัก” เจ้าอ้วนชวีถูกจ้องมองปราดหนึ่งก็รู้สึกเสียวสันหลังวาบ
“พลังยุทธ์ก็แข็งแกร่งเป็นอย่างยิ่งเลยทีเดียว” เว่ยจือฉีพูด
“อยู่กับฉินหว่าน ต้องมิใช่คนดีอะไรแน่นอน” ซือหม่าโยวเย่ว์พูด “เห็นชัดๆ ว่าเป็นสตรีนางหนึ่ง แต่สายตากลับเหี้ยมโหดเช่นนี้ จะต้องมิใช่ตะเกียงประหยัดน้ำมัน[1] นอกจากนี้ดูเหมือนขบวนน่าจะจัดเพื่อนางนั่นแหละ ตัวตนนางจะต้องไม่ธรรมดาแน่ ไม่ใช่กระดูกที่เคี้ยวง่ายๆ เลย!”
โอวหยางเฟยขมวดคิ้วแล้วพูดว่า “ก่อนหน้านี้อวิ๋นฉีบอกว่าฉินหว่านผู้นี้เป็นคนมีแค้นต้องชำระ นางมีลูกพี่ลูกน้องหญิงอยู่คนหนึ่งซึ่งเป็นองค์หญิงของจักรพรรดิแห่งอาณาจักรจันทร์ประจิม ถึงแม้ว่ามารดาจะเป็นเพียงแค่สนมคนหนึ่งเท่านั้น แต่องค์หญิงนั่นกลับมีพรสวรรค์สูงส่งเป็นอย่างยิ่ง สถานะในราชวงศ์จึงไม่ธรรมดา ถึงขนาดที่ทำให้สถานะของมารดานางสูงส่งตามไปด้วย”
“เช่นนั้นก็เป็นไปได้อย่างมากว่าคนผู้นี้ก็คือองค์หญิงนั่นแล้วล่ะ นางมีชื่อว่าอะไรหรือ”
“ซีเย่ว์ซี”
“ซีเย่ว์ซี… พรสวรรค์เป็นเลิศ พลังยุทธ์แข็งแกร่ง ทั้งยังมีผู้หนุนหลังที่เข้มแข็ง เป็นอย่างไรบ้าง อิจฉาหรือไม่เล่า” ซือหม่าโยวเย่ว์ดึงม่านหน้าต่างลงพลางถามยิ้มๆ
“มีอะไรน่าอิจฉากันเล่า” เจ้าอ้วนชวีพูด “พวกเราก็มิได้ด้อยกว่าเลย!”
“ช่างหลงตัวเองเสียจริง!” ซือหม่าโยวเย่