สึกราวกับว่าทั้งร่างถูกเพลิงแผดเผา
ตอนนี้ซือหม่าโยวเย่ว์มิได้สนใจที่จะปลอบประโลมเสี่ยวถูเลย เพราะเธอจำเป็นต้องใส่พลังจิตทั้งหมดเข้าไปในเปลวเพลิงกองจิ๋วนั้นเพื่อห่อหุ้มมันให้เผาผลาญสิ่งเจือปนภายในเส้นลมปราณของเขาให้หมดหากมีข้อผิดพลาดเกิดขึ้นเพียงเล็กน้อย เสี่ยวถูก็จะถูกแผดเผากลายเป็นเถ้าถ่าน
เปลวเพลิงกองจิ๋วนั้นยังเล็กละเอียดยิ่งกว่าเส้นผมเสียอีก โคจรอยู่ภายในเส้นลมปราณของเสี่ยวถู เพิ่งโคจรในเส้นลมปราณไปได้เพียงสามเส้นก็ทำให้เธอหมดเรี่ยวหมดแรงเสียแล้ว เธอจึงทำได้เพียงเก็บเปลวเพลิงกลับมาอย่างไม่มีทางเลือก
ตลอดกระบวนการ เสี่ยวถูมิได้ส่งเสียงเลยสักแอะ พอซือหม่าโยวเย่ว์เก็บเปลวเพลิงกลับมา เขาก็หมดสติไปในทันที
เมื่อได้ยินความเคลื่อนไหวในห้อง เป่ยกงถังจึงผลักประตูเข้ามา ก็เห็นเสี่ยวถูที่หมดสติไปแล้ว กับซือหม่าโยวเย่ว์ที่สีหน้าซีดขาวเหงื่อโทรมกาย จึงถามว่า “เป็นเช่นไรบ้าง”
“เพิ่งจะสำเร็จไปเพียงหนึ่งในสี่ส่วนเท่านั้นเอง” ซือหม่าโยวเย่ว์ลุกขึ้น รู้สึกวิงเวียนอยู่บ้าง คราวนี้สิ้นเปลืองพลังจิตไปไม่น้อยเลย คล้ายกับว่าสูบพลังจิตของเธอไปจนหมดสิ้น
“สีหน้าเจ้าไม่ดีเอาเสียเลย ไปพักผ่อนก่อนเถิด ข้าจะดูแลเสี่ยวถูเอง” เป่ยกงถังพูด
“ก็ได้” ซือหม่าโยวเย่ว์หยิบยาวิเศษเม็ดหนึ่งออกมากินแล้วเตรียมตัวกลับไปพักผ่อน
“โยวเย่ว์” เป่ยกงถังเรียกเธอเอาไว้
“ว่าอย่างไรหรือ”
“ขอบใจเจ้ามาก” เป่ยกงถังมองซือหม่าโยวเย่ว์อย