่างซาบซึ้ง
“ขอบใจอะไรกันเล่า ข้าก็เห็นว่าเขาน่ารักน่าสงสาร เลยอยากช่วยเขาน่ะ” ซือหม่าโยวเย่ว์พูด
พอพูดจบเธอจึงเปิดประตูเดินออกไป
ถึงแม้ว่าเธอจะพูดเช่นนี้ แต่เป่ยกงถังก็รู้ดีว่าด้วยนิสัยของเธอ ย่อมไม่มีทางทุ่มเทให้คนแปลกหน้ามากมายขนาดนี้แน่ ที่เธอเต็มใจทำเช่นนี้ก็เพราะตนมีความรู้สึกพิเศษต่อเด็กชายผู้นี้ต่างหาก
ซือหม่าโยวเย่ว์กลับมายังห้องของตัวเอง พลังจิตถูกสูบไปอย่างมหาศาล ยาวิเศษที่เพิ่งกินไปเมื่อครู่ย่อมชะลอเอาไว้ไม่ได้อยู่แล้ว ดังนั้นเธอจึงหยิบน้ำทิพย์วิญญาณออกมาแล้วหยดลงไปในปากหนึ่งหยด หลังจากนั้นก็หลับตาลงเริ่มต้นบำเพ็ญ
พอน้ำทิพย์วิญญาณเข้าปากไปเธอจึงค่อยรู้สึกว่าความเหนื่อยล้าหายไปกว่าครึ่ง
จนกระทั่งวันรุ่งขึ้นเธอจึงค่อยลืมตา ความเหน็ดเหนื่อยในแววตาทั้งคู่ไม่หลงเหลืออยู่อีกต่อไปแล้ว
เธอมาที่ห้องของเสี่ยวถูก็เห็นว่าเขาฟื้นขึ้นมาแล้ว แต่ร่างกายยังคงอ่อนล้าอย่างยิ่ง ได้แต่เอนกายอยู่บนเตียง
“เจ้าดีขึ้นแล้วหรือ” เป่ยกงถังถาม
“อื้ม” ซือหม่าโยวเย่ว์มองดูสีหน้าซีดขาวของเสี่ยวถูแล้วขมวดคิ้วพลางเอ่ยว่า “สถานการณ์ของเสี่ยวถูมิสู้ดีนัก”
“เจ้าคิดว่าทุกคนล้วนมีพลังจิตอันน่าอัศจรรย์เช่นเจ้ากันหมดหรือไร” เป่ยกงถังถลึงตาใส่เธอคราหนึ่งแล้วพูดว่า “เขาทนรับไหวก็ไม่เลวแล้วล่ะ”
“อื้ม” ซือหม่าโยวเย่ว์เองก็เข้าใจดี คิดอยู่ครู่หนึ่งจึงหยิบน้ำทิพย์วิญญาณออกมา ให้เขาอ้าปากแล้วเทน้ำทิพย์หยดเล็กๆ ใส่ปากเ