รึ่งหนึ่งออกมาห่อ หลังจากนั้นก็เหลือเอาไว้ให้เจ้าวิญญาณน้อยครึ่งหนึ่ง
เจ้าวิญญาณน้อยกอดขวดยาวิเศษเอาไว้พลางยิ้มอย่างมีความสุข
เธอออกมาจากเจดีย์วิญญาณ เวลายังผ่านไปไม่ถึงหนึ่งวัน ยังไม่ถึงตอนเที่ยงเลยด้วยซ้ำ
เมื่อออกจากประตูก็เห็นพวกเว่ยจือฉี จึงเรียกพวกเขาไปยังห้องของเสี่ยวถู
เป่ยกงถังกำลังพูดกับเสี่ยวถูอยู่พอดี เมื่อเห็นซือหม่าโยวเย่ว์เข้ามาจึงเอ่ยว่า “เสร็จแล้วหรือ”
ซือหม่าโยวเย่ว์พยักหน้าแล้วเดินเข้าไปถามว่า “เสี่ยวถูฟื้นฟูร่างกายเป็นอย่างไรบ้าง”
“เร็วกว่าที่คาดเอาไว้เสียอีก” ถึงแม้ว่าเป่ยกงถังจะไม่ใช่หมอ แต่ก็เป็นนักหลอมยา จึงมีความเชี่ยวชาญทางด้านเภสัชวิทยาด้วยเช่นกัน เมื่อเห็นความเร็วในการฟื้นตัวของเสี่ยวถูก็ตกใจเป็นอย่างยิ่ง
ซือหม่าโยวเย่ว์ตรวจร่างกายเสี่ยวถูรอบหนึ่งแล้วพูดว่า “หายดีแล้วจริงๆ ด้วย หาเวลาเปิดทะลวงเส้นลมปราณได้แล้วล่ะ”
“จริงหรือ!” เสี่ยวถูมองซือหม่าโยวเย่ว์อย่างไม่อยากเชื่อ “เช่นนั้นพวกเราก็ลงมือกันตอนนี้เลยสิ!”
ซือหม่าโยวเย่ว์ลูบศีรษะเขาพลางเอ่ยว่า “ตอนนี้ไม่ได้หรอก”
“ทำไมกันเล่า” เสี่ยวถูและเป่ยกงถังถามพร้อมกันเป็นเสียงเดียว
“พวกเราเพิ่งเคยมาที่นี่เป็นครั้งแรก ต้องไปคารวะท่านพ่อท่านแม่ของอวิ๋นฉีก่อนจึงจะใช้ได้” ซือหม่าโยวเย่ว์พูด “ก่อนหน้านี้ข้ากำลังปลีกวิเวกอยู่ พวกจือฉีจึงมิได้เรียกข้า เมื่อครู่เห็นพวกเขาบอกว่ากำลังจะไปพบพวกท่านตอนนี้พอดี”
“ใช่แล้ว” เป่ยกง