ซือหม่าโยวเย่ว์พยักหน้า หลังจากนั้นก็มองเสี่ยวถูแล้วพูดว่า “เจ้าอยากหรือไม่”
“ข้าอยากฝึกยุทธ์ ข้าไม่อยากเป็นเช่นนี้ไปตลอดชีวิตหรอกนะ” เสี่ยวถูพูดอย่างแน่วแน่
“แต่วิธีนี้อาจทำให้เจ้าเจ็บปวดทุกข์ทรมาน หรืออาจเป็นอันตรายถึงชีวิตได้ เจ้ายังอยากจะลองดูอยู่หรือไม่” ซือหม่าโยวเย่ว์ถาม
“ไม่ว่าจะต้องทนรับความเจ็บปวดทุกข์ทรมานอย่างไร ข้าก็ทนรับได้ทั้งนั้น” เสี่ยวถูมองซือหม่าโยวเย่ว์แล้วลุกขึ้นมาคุกเข่าต่อหน้าเธอพลางเอ่ยว่า “พี่สาว ท่านได้โปรดช่วยข้าด้วย!”
ซือหม่าโยวเย่ว์เห็นแววตาของเสี่ยวถูก็รู้ว่าเขาจะต้องเคยประสบกับเรื่องราวมาไม่น้อยอย่างแน่นอน ถึงได้มีจิตใจเช่นนี้ตั้งแต่อายุยังน้อย
เธออุ้มเขาขึ้นมาแล้วพูดว่า “หัวเข่าของเจ้ายังมีแผลอยู่ อย่าคุกเข่าเลย”
“พี่สาว ท่านรับปากแล้วหรือ” เสี่ยวถูมองซือหม่าโยวเย่ว์
“วิธีของข้านั้นออกนอกลู่นอกทาง ขอเพียงแค่เจ้าทนรับความเจ็บปวดไหว ก็ย่อมได้อยู่แล้ว”
“ข้าทนไหว ไม่ว่าจะเป็นความเจ็บปวดเช่นไร ข้าก็ทนไหวทั้งนั้นแหละ” เสี่ยวถูพูด
“โยวเย่ว์ เจ้ามีวิธีอะไรหรือ” เป่ยกงถังถาม
“เปลวเพลิงของเพลิงชาดช่วยแผดเผาทุกอย่างได้ ในเมื่อสิ่งแปลกปลอมภายในเส้นลมปราณของเขาติดแน่นราวกับสนิม ก็เผาทิ้งเสียเลย!” ซือหม่าโยวเย่ว์พูด
“ใช้เปลวเพลิงเผาสิ่งแปลกปลอมทิ้งให้หมดอย่างนั้นหรือ” เป่ยกงถังตกใจกับวิธีการนี้จนสะดุ้งแล้วพูดว่า “เปลวเพลิงนั่นของเจ้า แม้แต่เจ้าไก่ฟ้าก็ยังทนไม่ไหว