แล้วจะทำร้ายเสี่ยวถูหรือไม่”
“ไม่ทำร้ายเขาหรอก เพียงแต่กระบวนการนี้อาจจะเจ็บปวดแสนสาหัสเท่านั้นเอง” ซือหม่าโยวเย่ว์พูด “ถ้าหากปณิธานของเขาแน่วแน่มากพอ ทนรับได้ไหว ก็ไม่มีปัญหาแล้วล่ะ”
“พี่สาว หากเจ็บปวดครั้งเดียวแล้วเปลี่ยนแปลงชะตาชีวิตของข้าได้ ข้าก็เต็มใจจะลองดูสักตั้ง ต่อให้ต้องจบชีวิตลงด้วยเหตุนี้ ก็ยังดีกว่าอยู่ไปแบบนี้ชั่วชีวิต” เสี่ยวถูพูดพลางมองเป่ยกงถัง
เป่ยกงถังมองเสี่ยวถู จากนั้นจึงพยักหน้าแล้วเอ่ยว่า “เช่นนั้นก็ได้ เจ้าจะจัดการให้เขาเมื่อใดหรือ”
“ไม่ต้องรีบร้อน” ซือหม่าโยวเย่ว์พูด “อาการบาดเจ็บบนร่างเขายังไม่หายดีเลย กว่าเขาจะหายดีก็คงต้องใช้เวลาอีกวันสองวัน นอกจากนี้ข้ายังต้องหลอมยาวิเศษที่จำเป็นให้กับเขาอีกด้วย”
“พี่สาวเป็นนักหลอมยาด้วยหรือ” เสี่ยวถูได้ยินว่าซือหม่าโยวเย่ว์จะหลอมยา จึงถามขึ้นอย่างใคร่รู้
“ถูกต้อง” ซือหม่าโยวเย่ว์ยื่นมือไปเตรียมบีบจมูกเสี่ยวถูแล้วพูดว่า “เสี่ยวถู ยามอยู่ข้างนอกเจ้าห้ามเรียกข้าว่าพี่สาวนะ ต้องเรียกข้าว่าพี่ชาย เข้าใจหรือไม่”
เสี่ยวถูพยักหน้าพลางเอ่ยว่า “ข้ารู้แล้ว พี่ส… พี่ชาย ท่านไม่เหมือนกับผู้อื่นเลย”
“มีอะไรไม่เหมือนหรือ”
“เมื่อก่อนในตระกูลเราก็มีนักหลอมยาอยู่เช่นกัน แต่เขาช่างยโสโอหังนัก นอกจากประมุขตระกูลแล้วเขาก็ไม่เห็นใครอยู่ในสายตาอีกเลย เชิดหน้าชูคอเสียจนจมูกแตะท้องฟ้า! แต่พี่สาวไม่เย่อหยิ่งเลยสักนิด เสี่ยวถูชอบมากเลย” เสี่ยวถ