ูเอ่ยตอบ
“ฮ่าๆ ดูไม่ออกเลยนะว่าปากของเสี่ยวถูเคลือบน้ำตาลเอาไว้ด้วย” ซือหม่าโยวเย่ว์พูดยิ้มๆ
“ข้าพูดความจริงนะ” เสี่ยวถูพูดอย่างจริงใจ
“อืม พี่ชายเชื่อเจ้า” ซือหม่าโยวเย่ว์ลูบศีรษะเสี่ยวถูพลางหัวเราะ
ความรู้สึกที่เสี่ยวถูมีต่อเธอนั้นบริสุทธิ์อย่างยิ่ง ถึงแม้ว่าจะเคยประสบกับเรื่องเลวร้ายมาไม่น้อย แต่จิตวิญญาณของเขากลับใสสะอาดอย่างยิ่ง ทำให้คนอยากปกป้องดูแลเขา
“เป่ยกง ข้าไปเตรียมตัวก่อนนะ ต่อจากนั้นก็จะหลอมยาให้เขา เจ้าทายาขี้ผึ้งนี่ให้เขาหน่อย แล้วเอายาที่ให้เขากินเมื่อกลางวันให้กินอีกเม็ดหนึ่งนะ” ซือหม่าโยวเย่ว์ลุกขึ้นยืนแล้วพูดขึ้น
“ได้เลย” เป่ยกงถังพยักหน้า
“พี่เป่ยกงของเจ้าก็เป็นนักหลอมยาเช่นกันนะ” เมื่อนึกถึงสีหน้าประหลาดใจที่เสี่ยวถูแสดงออกมายามรู้ว่าตนเป็นนักหลอมยาเมื่อครู่ ก่อนจะจากไป ซือหม่าโยวเย่ว์จึงอดที่จะแลบลิ้นมิได้ จากนั้นจึงค่อยออกไป
เหมือนกับที่เธอคิดเอาไว้ หลังจากเสี่ยวถูได้รู้ว่าเป่ยกงถังก็เป็นนักหลอมยาเช่นกันก็ตกใจอย่างห้ามไม่อยู่ เขาลอบสงสัยอยู่ในใจว่าเหตุใดนักหลอมยาทั้งสองคนนี้จึงไม่เหมือนกับที่เขาเคยประสบพบเจอมาก่อนหน้านี้เลยเล่า
ซือหม่าโยวเย่ว์กลับไป เจ้าไก่ฟ้ากำลังเอนพิงอยู่ที่เสาหน้าประตูห้องของเธอ
“เป็นอะไรไปหรือ” ซือหม่าโยวเย่ว์ถาม
“ในร่างของเจ้าเด็กผู้นั้นมีสายโลหิตสัตว์อสูรวิเศษอยู่น่ะ” เจ้าไก่ฟ้าพูดตรงๆ
“สายโลหิตสัตว์อสูรวิเศษหรือ” ซือหม่าโยวเย่ว์มองบร