ิเวณรอบๆ แล้วพูดว่า “เข้าไปในห้องก่อนแล้วค่อยว่ากันเถิด”
พอผลักประตูห้องเปิดออกแล้วทั้งสองก็เข้าไป ซือหม่าโยวเย่ว์ปิดประตูแล้วพูดว่า “เจ้ารู้ได้อย่างไรว่าเสี่ยวถูมีสายโลหิตสัตว์อสูรวิเศษอยู่ในตัว”
“ได้กลิ่นน่ะ” เจ้าไก่ฟ้าพูด “สัตว์อสูรวิเศษที่มีพลังยุทธ์สูงส่งจะมีประสาทสัมผัสไวต่อกลิ่นของสัตว์อสูรวิเศษตนอื่นๆ”
“เช่นนั้นเจ้ารู้หรือไม่ว่าในตัวเขาเป็นสายโลหิตสัตว์อสูรวิเศษชนิดใด” ซือหม่าโยวเย่ว์ถาม
เจ้าไก่ฟ้าส่ายหน้าแล้วพูดว่า “สายโลหิตของเขายังไม่ตื่นรู้ แต่ร่างกายของเขาทำให้เขาไม่อาจบำเพ็ญได้ ดังนั้นสายโลหิตจึงไม่มีทางตื่นรู้ได้”
“ไม่แน่ว่าความแตกต่างของเขาอาจเป็นผลพวงมาจากสายโลหิตก็เป็นได้” ซือหม่าโยวเย่ว์พูด
“การได้พบกับพวกเจ้านับว่าเป็นโชคดีของเขา” เจ้าไก่ฟ้าพูด “ก่อนหน้านี้ข้าได้รับสัมผัสร่างกายเขาครู่หนึ่ง ต่อให้ใช้เปลวเพลิงของข้าก็ไม่แน่ว่าจะเผาสิ่งเจือปนภายในเส้นลมปราณของเขาได้ แต่ถ้าหากเป็นเปลวเพลิงของท่านผู้นั้นก็ไม่มีปัญหา”
พอพูดถึงเพลิงชาด ซือหม่าโยวเย่ว์จึงนึกถึงข้อสงสัยในตอนนั้นขึ้นมาได้ แล้วถามว่า “เจ้าไก่ฟ้า ธาตุของเจ้านอกจากธาตุไฟแล้วยังมีธาตุลมด้วยใช่หรือไม่”
เจ้าไก่ฟ้าไม่รู้ว่าเหตุใดเธอจึงถามเรื่องนี้กับตน แต่ก็ยังพยักหน้า
“เจ้ายังควบคุมห้วงมิติได้อีกด้วยสินะ” ซือหม่าโยวเย่ว์พูด
“ใช่แล้ว” เจ้าไก่ฟ้าเอ่ยตอบ
“ตอนนั้นที่เจ้าไล่ตามข้า ถึงแม้ดูเหมือนว่าข้าจะหนีไปข้างหน้