้มือของตนพิการ ฉินหว่านก็โมโหมากยิ่งขึ้น ทั้งยังเจือไว้ด้วยความหวั่นกลัว
“เหตุใดต้องไม่กล้าด้วยเล่า”
เป่ยกงถังยิ้มเย็นพลางออกแรงที่เท้า ฉินหว่านร้องเสียงแหลมขึ้นมา
“อ๊ากกก… เจ้ากล้าทำให้มือข้าพิการ…อ๊ากกก… เจ้ามันนางแพศยา ข้าจะฆ่าเจ้าเสีย! อ๊ากกก…”
เป่ยกงถังดึงใบหูพลางเอ่ยว่า “ร้องอะไรของเจ้าน่ะ ข้าก็แค่เหยียบครั้งเดียวเท่านั้น มิได้ทำให้เจ้าพิการเสียหน่อย ร้องเสียจนราวกับหมูถูกเชือดเลยทีเดียว! ถ้าหากเจ้ารังแกคนอ่อนแอให้ข้าเห็นอีก ข้าก็จะทำให้เจ้าพิการจริงๆ แล้วนะ!”
พอพูดจบ นางก็เก็บเท้าของตนกลับมาแล้วเดินมาอยู่ข้างกายซือหม่าโยวเย่ว์ก่อนจะรับตัวเด็กคนนั้นมาพลางเอ่ยว่า “พวกเราไปกันเถิด”
“ดี ไม่ต้องไปสนใจอะไรแมลงวันพรรค์นี้หรอก” เจ้าอ้วนชวีพูดยิ้มๆ
“ไปเถิด พวกเรากลับกันดีกว่า” ไป๋อวิ๋นฉีพูด
ซือหม่าโยวเย่ว์มองเจ้าไก่ฟ้าที่ดูเรื่องสนุกอยู่ข้างๆ ตั้งแต่ต้นจนจบ จากนั้นเขาจึงเดินตามพวกเขามา
ฉินหว่านลุกขึ้นมาจากพื้นพลางมองดูเงาหลังของพวกซือหม่าโยวเย่ว์ แล้วพูดอย่างดุร้ายว่า “นางแพศยา ข้าจะต้องให้คนฆ่าพวกเจ้าให้จงได้!”
“คุณหนู พลังยุทธ์ของคนพวกนั้นไม่ต่ำต้อยเลยนะขอรับ!” ทหารรับจ้างที่ถูกทุบตีเข้ามาข้างกายนางแล้วพูดขึ้น
“เช่นนั้นแล้วอย่างไรเล่า ข้าก็ต้องทำให้พวกเขาไม่ได้มีจุดจบที่ดีให้จงได้!” ฉินหว่านพูด “อีกสองวันพี่หญิงสามก็จะมาแล้วมิใช่หรือ หึ ถึงตอนนั้นข้าจะคอยดูว่าเจ้าคนพวกนี้จะหนีไปไหน