ตรีเข้าก็แล้วกัน” เว่ยจือฉีพูด
“ข้าเห็นด้วย” โอวหยางเฟยพยักหน้า
ผู้ที่มีพลังการต่อสู้แข็งแกร่งที่สุดในบรรดาพวกเขาห้าคนก็คือหญิงสาวทั้งสอง นี่ทำให้ความคิดที่ว่าเพศหญิงอ่อนแอของพวกเขาเปลี่ยนไปอย่างมหาศาล
“ลงมือได้ดี! ต่อยอีกสักสองหมัดสิ! ไอ้หยา… ต่อยแทนข้าอีกสักสองหมัดน่า!” ไป๋อวิ๋นฉีให้กำลังใจอยู่ข้างๆ จนแทบจะโบกธงอยู่แล้ว
เขากับคนของกลุ่มทหารรับจ้างโอหังไม่ถูกชะตากันมาโดยตลอด หนักที่สุดก็คือฉินหว่านผู้นี้ แต่บุรุษมิอาจทำร้ายสตรีตามใจชอบได้ ดังนั้นทุกครั้งที่เห็นฉินหว่านกระโดดโลดเต้นอยู่ตรงหน้าตน เขาก็มิอาจทำอะไรได้เลย
ตอนนี้มีเป่ยกงถังออกหน้าให้ สตรีทำร้ายสตรี ก็ไม่มีใครพูดว่าไม่ดีตรงไหนได้ โดยเฉพาะเมื่อฉินหว่านยิ่งปากไม่ดีอยู่แล้วด้วย
“ฮ่าๆ นางมาร รสชาติของการถูกคนทุบตีเป็นเช่นไรบ้างเล่า” ไป๋อวิ๋นฉีเห็นฉินหว่านถูกเป่ยกงถังทำร้ายจนไร้ซึ่งเรี่ยวแรงสู้กลับ จึงถามพลางหัวเราะเสียงดัง
“ไป๋อวิ๋นฉี เจ้าไม่กล้าสู้กับพวกเรากลุ่มโอหังด้วยตัวเอง ให้หญิงสาวผู้หนึ่งมาออกหน้าแทนเจ้า เจ้านับว่าเป็นตัวอะไรกัน!” ฉินหว่านถูกทุบตีอยู่บนพื้น จึงตะคอกใส่ไป๋อวิ๋นฉี
“ยังจะมีแรงด่าอีกนะ!” เป่ยกงถังพูดจบก็ใช้เท้าข้างหนึ่งเหยียบบนมือขวาของฉินหว่านพลางเอ่ยว่า “ปกติเจ้าใช้สิ่งนี้ทำร้ายผู้คนมาไม่น้อยเลยสินะ วันนี้ข้าทำให้มันพิการเสียดีกว่า เป็นอย่างไรเล่า”
“นางแพศยา เจ้ากล้าหรือ!” เมื่อได้ยินว่าเป่ยกงถังจะทำให