ีกฝ่ายซัดเข้ามาสลายไป
“คิดจะเอาชีวิตเป่ยกงของพวกเรา เจ้ายังมีคุณสมบัติไม่พอหรอกนะ!” ซือหม่าโยวเย่ว์พูดด้วยรอยยิ้มเย็น
“ข้าไม่มีคุณสมบัติอย่างนั้นหรือ อยากสังหารคนตัวเล็กตัวน้อยที่ไม่รู้โผล่มาจากไหนอย่างพวกเจ้า ต้องใช้คุณสมบัติอะไรด้วยหรือ” ฉินหว่านพูดพลางเริ่มต้นรวบรวมปราณวิญญาณอีกครั้ง
ซือหม่าโยวเย่ว์กำลังจะเคลื่อนไหว เป่ยกงถังก็วางมือลงบนบ่าของเธอ
“เรื่องของข้า ข้าจัดการเองน่า” เป่ยกงถังพูด “เจ้าช่วยข้าอุ้มเจ้าเด็กน้อยผู้นี้เอาไว้ก็พอแล้ว”
ซือหม่าโยวเย่ว์พยักหน้าแล้วหมุนกายไปรับเด็กมาก่อนจะอุ้มเขาถอยไปอีกด้านหนึ่ง
เธอไม่ต้องเป็นห่วงเป่ยกงถังเลย ฉินหว่านผู้นั้นยังไปไม่ถึงระดับราชาวิญญาณเลยด้วยซ้ำ เป่ยกงถังแค่ขยับนิ้วนิดเดียวก็ล้างผลาญนางได้แล้ว
“เป่ยกง จะฆ่าคนในเมืองผิงคังไม่ได้นะ!” ไป๋อวิ๋นฉีเห็นว่ามิอาจขัดขวางการต่อสู้ครั้งนี้ได้แล้วจึงส่งเสียงเตือน
“ฆ่าคนไม่ได้อย่างนั้นหรือ” เป่ยกงถังขมวดคิ้ว “ฆ่าตายไม่ได้ เช่นนั้นทำให้พิการก็พอแล้วสินะ”
พอพูดจบนางก็วิ่งเข้าใส่ฉินหว่านอย่างรวดเร็วแล้วเริ่มต้นการลงมือทรมานเพียงฝ่ายเดียว
“พลั่ก…”
“พลั่ก…”
กำปั้นหมัดแล้วหมัดเล่าปะทะลงบนร่างของฉินหว่านอย่างไม่ปรานีเลยแม้แต่น้อย ผู้คนที่ดูอยู่รอบๆ ผ่อนลมหายใจเยียบเย็นอย่างต่อเนื่อง
“โอ๊ย… การต่อสู้ระหว่างสตรีมันโหดร้ายเช่นนี้นี่เอง!” เจ้าอ้วนชวีเบ้ปากพลางหรี่ตา
“อืม จริงด้วย ต่อจากนี้ก็อย่าไปยั่วยุส