ว่านคิดไม่ถึงว่าเปลวเพลิงของเป่ยกงถังจะเผาทำลายแส้ของตนได้ นางมองดูกองเถ้าถ่านบนพื้นอย่างเจ็บปวดใจ
เป่ยกงถังมิได้สนใจนางที่ส่งเสียงกรีดร้อง นางเดินมายังข้างกายเด็กน้อยแล้วย่อตัวลงก่อนจะอุ้มเขาขึ้นมา
“พี่เทพธิดา ท่านมาช่วยข้าใช่หรือไม่ขอรับ” สติของเด็กน้อยเริ่มเลือนราง เมื่อเห็นเป่ยกงถังก็ถามขึ้นด้วยรอยยิ้มน้อยๆ
“ไม่ต้องกลัวนะ ไม่มีใครกล้าฟาดเจ้าแล้วล่ะ!” เป่ยกงถังอุ้มเด็กชายตัวน้อยเอาไว้พลางพูดอย่างอบอุ่น
“พี่สาว…” เด็กน้อยขดตัวอยู่ในอ้อมแขนของเป่ยกงถังแล้วหมดสติไปอย่างวางใจ
“หลับอย่างสบายใจเถิดนะ” เป่ยกงถังพูดพลางตบหลังเขาเบาๆ
พวกเว่ยจือฉีและเจ้าอ้วนชวีล้วนไม่เคยเห็นมุมนี้ของเป่ยกงถังมาก่อนเลย
ผ่านไปครู่ใหญ่ ฉินหว่านจึงได้สติกลับคืนมาจากความเจ็บปวดใจที่สูญเสียอาวุธวิญญาณไป นางละเลยกฎห้ามใช้ปราณวิญญาณที่ใจกลางเมืองแล้วรวบรวมปราณวิญญาณออกมาโจมตีเข้าใส่เป่ยกงถัง
“นางมาร เจ้ากล้าละเลยข้อตกลงอย่างนั้นหรือ” ไป๋อวิ๋นฉีตะโกน
“ใช่ข้อตกลง มิใช่ข้อตกลงอันใดกัน นางแพศยาผู้นี้บังอาจทำลายอาวุธวิญญาณของข้า ข้าจะเอาชีวิตนางเสีย!” ฉินหว่านตะเบ็งเสียง
ผู้คนโดยรอบเห็นฉินหว่านใช้ปราณวิญญาณจึงพากันหลบไปห่างๆ ทันใดนั้นก็เหลือเพียงแค่พวกซือหม่าโยวเย่ว์
ในขณะที่ฉินหว่านรวบรวมปราณวิญญาณอยู่นั้นเอง ซือหม่าโยวเย่ว์ก็มาตรงหน้าเป่ยกงถังแล้วรวบรวมปราณวิญญาณออกมาเช่นเดียวกันก่อนจะต่อกรกับนาง ทำให้ปราณวิญญาณที่อ