น่อยเมืองหนึ่งในอาณาจักรตงเฉินเลยทีเดียว
พวกเขาเดินมาถึงหัวถนนแล้วเลี้ยวครั้งหนึ่งก็พบว่าถนนเส้นนี้มีผู้คนบางตากว่าถนนสายเมื่อครู่ไม่น้อยเลย
“เดินถนนอย่างไรกัน ไม่มีลูกตาหรือ!”
พวกซือหม่าโยวเย่ว์เพิ่งเข้ามาสู่ถนนเส้นนี้ก็ได้ยินเสียงก่นด่าเสียงหนึ่ง
“ขอโทษด้วย ขอโทษนะขอรับ!” เสียงเด็กขอโทษขอโพยไม่หยุดปาก น้ำเสียงแฝงไว้ด้วยความหวาดกลัว
“เพียะ…”
“เพียะ…”
เสียงแส้ฟาดลงบนร่างกาย พร้อมกันนั้นก็มีเสียงเด็กร้องไห้ดังขึ้นมา
“ลูกบ้านไหนเดินไม่ดูทางเช่นนี้ บังอาจมาชนคุณหนูเช่นข้าเสียได้ เจ้ามันรนหาที่ตายนัก!”
“ฮือๆ ขอโทษขอรับ ข้ามิได้ตั้งใจนะขอรับ! โอ๊ย…”
“มิได้ตั้งใจหรือ เจ้าบอกว่าไม่ตั้งใจก็ใช้ได้แล้วอย่างนั้นสินะ เจ้ากระแทกคุณหนูเช่นข้าเสียจนเจ็บก็ต้องได้รับการลงโทษสิ!”
“เพียะ…”
“เพียะ…”
แส้ฟาดลงบนร่างของเด็กน้อยครั้งแล้วครั้งเล่า แม้บนถนนโดยรอบจะเต็มไปด้วยผู้คน แต่กลับไม่มีใครกล้าก้าวเข้าไปขัดขวางเลย
“เจ้าเด็กผู้นี้ไปชนกับนางมารนั่นได้อย่างไรกัน”
“เฮ้อ…เจ้าเด็กผู้นี้ยังเยาว์วัยเช่นนี้อยู่เลย เกรงว่าคราวนี้คงจะเคราะห์ร้ายเสียแล้วสิ”
“ใครใช้ให้เขาไม่ยอมดูทางให้ดี ชนใครไม่ชน แต่ดันไปชนนางเข้า”
“เฮ้อ… สวรรค์ช่วยด้วย”
พวกซือหม่าโยวเย่ว์ยืนอยู่ตรงหน้าฝูงชน ได้ยินเสียงฟาดและเสียงร้องไห้ดังลอยมา รวมทั้งเสียงกระซิบวิพากษ์วิจารณ์ของผู้คน จึงขมวดคิ้วโดยไม่รู้ตัว
“น่าชังนัก!” ไป๋อวิ๋นฉีได้ยินความเคลื