ทางไปเมืองหลวง ชาวบ้านและผู้ฝึกยุทธ์ในเมืองต่างแหงนหน้ารอคอยอยู่ เมื่อเห็นเจียงฉางเซิงหิ้วคนผู้หนึ่งเหาะผ่านท้องฟ้าเหนือเมืองหลวงมา ทั่วทั้งเมืองก็โห่ร้องยินดีเสียงดังสะเทือนฟ้า
จางอิงเบิกตาโต เขารู้วาเจียงฉางเซิงจะชนะ ไม่ว่าอย่างไรเจียงฉางเซิงก็เป็นขั้นถ้ำสวรรค์สาม แต่เขาคิดไม่ถึงว่าจะชนะเร็วถึงเพียงนี้ และง่ายดายถึงเพียงนี้ เวลานี้เขาเกิดความคิดเฉกเช่นเดียวกับหลวงจีนเทวะกัสสปะ มรรคาจารย์อยู่ระดับขั้นใดกันแน่
เจียงฉางเซิงเหาะกลับมาถึงเรือนอย่างรวดเร็วแล้วโยนอูส่งทิ้งไว้บนพื้น จากนั้นเขาก็ยกมือขึ้นกวักกลางอากาศ โอสถขวดหนึ่งลอยออกมาจากในห้อง เขาเทโอสถกรอกเข้าปากของอูส่งทันที อูส่งสำลักไอโขลกๆ อย่างรุนแรง แต่ไม่กล้าโอดครวญสักนิด
เทพกระบี่กระโดดลงมาจากหลังคาเรือนแล้วถามอย่างสงสัยใคร่รู้ว่า “มรรคาจารย์ เขาอยู่ระดับขั้นใดหรือ” ก่อนหน้านี้เขาสัมผัสได้ว่าอูส่งแข็งแกร่งยิ่งนัก แข็งแกร่งกว่าเขามากเหลือเกิน
เจียงฉางเซิงตอบว่า “ขั้นถ้ำสวรรค์สอง”
เทพกระบี่พรูลมหายใจอย่างโล่งอก หากอีกฝ่ายเป็นขั้นถ้ำสวรรค์หนึ่ง เขาคงหนีไปเก็บตัวหมดอาลัยตายอยากอยู่ในห้อง เพราะเขาเชื่อมาตลอดว่าในระดับขั้นเดียวกันฝีมือของเขาเป็นที่หนึ่งไม่ก็ที่สอง ทว่าพลังของอูส่งเมื่อครู่กลับทำให้เขาหวาดผวา
เฉินหลี่เดินเข้ามาพินิจดูอูส่ง อูส่งสัมผัสได้ว่าเขากำลังภายในอ่อนแอ อยู่ในขั้นบรรลุฟ้าเท่านั้นจึงถลึงตาใส่เขาอย่างอดไม่ได้ เฉ