็จะไปอีกแล้ว!”
“ข้ามีเรื่องต้องทำนี่นา คราวหน้า… คราวหน้าข้าจะมาเล่นกับท่านน้าเล็กคนงามของข้าหลายๆ วันเลย ว่าอย่างไรเล่า” ไป๋อวิ๋นฉีพูดพลางยิ้มอย่างมีความสุข
“คราวก่อนเจ้าก็พูดเช่นนี้แหละ!” ซุนลี่ลี่ก้าวเข้ามาหยิกแก้มเขาพลางเอ่ยว่า “เจ้ามันช่างไร้หัวใจนัก เมืองไตรวารีของข้าแห่งนี้รั้งเจ้าเอาไว้ไม่ได้หรอก อยากไปก็ไปเสียเถิด จำเอาไว้ คราวหน้าถ้ามาที่นี่แล้วยังกล้าไปที่สั่วเฟยย่าโดยไม่บอกไม่กล่าวอีก ข้าจะฟาดก้นเจ้าให้ลายพร้อยเลย เข้าใจหรือไม่”
“ข้ารู้แล้ว ข้ารู้แล้ว!” ไป๋อวิ๋นฉีช่วยใบหน้าของตัวเองออกมาจากกรงเล็บมารของซุนลี่ลี่ ก่อนจะจากไปพร้อมกันกับพวกซือหม่าโยวเย่ว์
เพราะคนของกลุ่มทหารรับจ้างนกนางนวลกลับไปรับภารกิจที่เมืองผิงคังกันแล้ว กลุ่มที่กลับไปด้วยกันจึงมีเพียงแค่พวกเขาหกคน บวกกับเจ้าไก่ฟ้าเท่านั้น
มาถึงสมาคมปรมาจารย์วิญญาณ อีกฝ่ายก็เปิดค่ายกลนำส่งให้กับพวกเขาเลยโดยมิได้เรียกเก็บค่าใช้จ่ายจากพวกเขาแต่อย่างใด ทั้งยังมิได้ให้พวกเขาแสดงเอกสารยืนยันตัวตนด้วย
เมื่อนึกถึงความสัมพันธ์ของไป๋อวิ๋นฉีกับจวนเจ้าเมือง นี่ก็มิใช่เรื่องแปลกประหลาดแต่อย่างใด
ซือหม่าโยวเย่ว์เห็นประกายอันคุ้นเคยสว่างขึ้นจึงแอบโล่งใจอยู่บ้างแล้วเอ่ยว่า “ไปกันเถิด พวกเราไปที่เมืองต่อไปกัน”
พวกเขายืนขึ้น ประกายนั้นก็ยิ่งเข้มขึ้น เพียงพริบตาเดียวก็หายไปจากค่ายกลแล้ว
เมื่อเห็นพวกเขาจากไป คนของสมาคมปรมาจารย์วิญญาณจึงค