ซือหม่าโยวเย่ว์เงยหน้าขึ้นก็เห็นเงาร่างคนรางๆ สายหนึ่งอยู่ตรงหน้าตน
“อาจารย์พ่อ”
เงาร่างคนผู้นั้นยิ้มจางๆ ให้ซือหม่าโยวเย่ว์ก่อนจะกลายเป็นอณูเล็กๆ แล้วสลายหายไปกลางอากาศ
“นั่นมัน…รอยประทับวิญญาณนี่!” เป่ยกงถังพูดอย่างตกตะลึง
“รอยประทับวิญญาณคือสิ่งใดหรือ” เจ้าอ้วนชวีถาม
“ก็คือการที่ยอดฝีมือระดับเทพแบ่งวิญญาณส่วนหนึ่งของตนออกมาแล้วใส่เอาไว้ในร่างของผู้อื่น ยามที่คนผู้นั้นได้รับอันตรายคุกคามถึงชีวิต รอยประทับวิญญาณนั้นก็จะตอบโต้โดยอัตโนมัติ” เป่ยกงถังพูด
“เช่นนั้นการที่ซือหม่าโยวเย่ว์ออกมาจากพายุหมุนได้ก็เพราะรอยประทับวิญญาณของอาจารย์เฟิงช่วยนางเอาไว้อย่างนั้นหรือ” เว่ยจือฉีคาดเดา
ซือหม่าโยวเย่ว์รับสัมผัสครู่หนึ่ง เงาร่างของเฟิงจือสิงในห้วงสมองก่อนที่เขาจะจากไปเลือนรางลงไปไม่น้อย น่าจะเป็นเพราะถูกใช้ไปเมื่อครู่แล้ว
เมื่อนึกถึงความรักใคร่ทะนุถนอมที่เฟิงจือสิงมีให้ต่อตน ซือหม่าโยวเย่ว์ก็มีความรู้สึกอบอุ่นอย่างหนึ่งเอ่อท้นขึ้นมาในหัวใจ
สัตว์อสูรเหนือเทพมองซือหม่าโยวเย่ว์อย่างประหลาดใจ คิดไม่ถึงว่าในร่างกายของเธอจะมีรอยประทับวิญญาณที่ผู้แข็งแกร่งระดับเทพทิ้งเอาไว้ให้กับเธอ จากนั้นเขาก็ยิ้มแล้วพูดว่า “ต่อให้เจ้ามีรอยประทับวิญญาณช่วยชีวิตเจ้าเอาไว้ได้ครั้งหนึ่ง แต่รอยประทับวิญญาณมิอาจใช้ในเวลาใกล้กันจนเกินไปได้ มาดูกันว่าคราวนี้เจ้าจะยังมีลูกไม้อะไรอีก!”
พอพูดจบ เขาก็พลิกมือขวา หลังจากการก