ซือหม่าโยวเย่ว์เห็นพายุหมุนด้านหลังสัตว์อสูรเหนือเทพแล้วจึงรีบโยนตัวเจ้าคำรามน้อยเข้าไปภายในเจดีย์วิญญาณ
พายุหมุนนั้นทำให้เธอรู้สึกถึงความอันตรายเป็นอย่างยิ่ง ถ้าหากถูกดูดเข้าไปข้างใน ร่างกายต้องแหลกสลายเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยอย่างแน่นอน ไม่แน่ว่าอาจถูกพายุหมุนฉีกกระชากจนไม่เหลือซากก็เป็นได้
นอกจากนี้เธอยังพบว่าสัตว์อสูรเหนือเทพนี้มิได้กระหายเลือดเหมือนสัตว์อสูรวิเศษธรรมดาทั่วไป ถึงแม้ว่าพายุหมุนกลางอากาศจะทำให้การเคลื่อนอากาศยากลำบากอยู่บ้าง แต่ก็ถูกระดับความสูงจำกัดเอาไว้ ผู้คนและสัตว์อสูรบนพื้นล้วนมิได้รับผลกระทบแต่อย่างใด
“ดูท่าทางคงได้แต่วิ่งหนีเสียแล้ว” ซือหม่าโยวเย่ว์มองไปทางพวกเว่ยจือฉีแวบหนึ่ง ซึ่งพวกเขาก็เข้าใจความหมายของเธอได้อย่างรวดเร็ว
ภายในเทือกเขาสั่วเฟยย่าแห่งนี้ล้วนเต็มไปด้วยสัตว์อสูรวิเศษ ย่อมต้องฟังเขาอย่างแน่นอน จากนั้นเธอจึงเหินไปยังทิศทางตรงกันข้าม
“คิดหนีหรือ” สัตว์อสูรเหนือเทพคาดไม่ถึงว่าซือหม่าโยวเย่ว์จะหนีไปทั้งอย่างนี้ แต่เขาก็มิได้เป็นกังวล หลังจากที่ถ่ายทอดคำสั่งให้กับสัตว์อสูรวิเศษบนพื้นดินแล้วจึงลุกขึ้นตามไป
เปรียบเทียบกับการสังหารเธอแล้ว เขาอยากทำให้รู้อย่างกระจ่างชัดมากกว่าว่าเปลวเพลิงที่ทำให้ตนพรั่นพรึงบนร่างเธอนั้นคือเปลวเพลิงอะไร
พวกเว่ยจือฉีทั้งสี่คนเห็นพวกเขาจากไปหมดแล้วจึงตามไปด้วยเช่นกัน
“ท่านน้าเล็ก ข้าก็จะไปดูด้วย” ไป๋อวิ๋นฉีตะโกนไปทางซุนลี่ล