“หายใจไม่ออกแล้ว!”
คนที่พลังยุทธ์ต่ำต้อยจำนวนหนึ่งถูกแรงกดดันของสัตว์อสูรเหนือเทพทำให้พรั่นพรึงไป บนกำแพงเหลืออยู่เพียงแค่คนระดับราชาวิญญาณขึ้นไปเท่านั้น
“หายไปอันหนึ่งได้อย่างไรกัน”
ไม่เพียงแค่ผู้คนด้านล่างเท่านั้นที่ร่ำร้องอยู่ในใจ แม้กระทั่งสัตว์อสูรเหนือเทพก็ไม่เข้าใจเช่นเดียวกัน
เขาสัมผัสได้เพียงแค่ขนนกภายในแหวนเก็บวัตถุของเจ้าคนผู้นี้เท่านั้น แต่ไม่เห็นจะรู้สึกว่ามีอยู่ที่อื่นอีกเลย เช่นนั้นขนนกนั่นไปอยู่ที่ไหนเสีย
ผู้คนไม่น้อยเห็นเช่นนี้แล้วต่างพากันรู้สึกว่าวันนี้คงยากจะรอดพ้นจากความตายเสียแล้ว
“ไอ้หยา… นี่มิใช่ขนนกที่ข้าหยิบมาเขี่ยไฟวันนั้นหรอกหรือ”
คำพูดของเจ้าคำรามน้อยทำให้ซือหม่าโยวเย่ว์อยากจะบีบคอมันเสียให้ตาย
แรงกดดันนั้นไม่มีประโยชน์ต่อเจ้าคำรามน้อยเลยสักนิดเดียว มันขยับตัว จากนั้นก้านไม้ที่ถูกไฟเผาจนดำเป็นตอตะโกอันหนึ่งก็ปรากฎขึ้นมาในมือของมัน
พอก้านไม้นั้นออกมาแล้วก็เปล่งประกายสีฟ้าจางๆ เหมือนกับขนนกเมื่อครู่ ผงถ่านสีดำบนนั้นค่อยๆ จางหายไปช้าๆ จนปรากฏเป็นขนนกที่ไร้ซึ่งขน เหลือเพียงแต่โครงก้านเท่านั้น
พวกเว่ยจือฉีล้วนอยากหลับตาหมดสติไปเสียให้รู้แล้วรู้รอด พวกเขาถึงได้บอกว่าขนของสัตว์อสูรเหนือเทพดูคุ้นตาอย่างไรเล่า นั่นมิใช่ขนนกที่เจ้าคำรามน้อยหยิบออกมาเขี่ยไฟเมื่อสิบกว่าวันก่อนหรอกหรือ!
เจ้าคำรามน้อยหยิบขนนกแล้วทะยานไปหาสัตว์อสูรเหนือเทพ พอไปถึงตรงหน้าเขาแล้วก็ส่งขน