ี่ ก่อนจะเหินไปกับพวกเว่ยจือฉีด้วยเช่นกัน
“เฮ้… เจ้า…” ซุนลี่ลี่ยังมิทันเอ่ยวาจา ไป๋อวิ๋นฉีก็บินไปจนไกลพร้อมกับพวกเขาเสียแล้ว
เมื่อนึกถึงว่าด้านล่างของกำแพงยังมีสัตว์อสูรวิเศษอยู่มากมายถึงเพียงนี้ พวกเขาก็มิอาจจากไปได้ ได้แต่มองดูพวกเขาหายลับตาไปเท่านั้น
“เด็กพวกนี้ช่างรวดเร็วยิ่งนัก!”
ปรมาจารย์วิญญาณที่ค้นพบว่าความเร็วที่พวกเขาหายลับตาไปนั้นรวดเร็วเหนือคนธรรมดาทั่วไป จึงเอ่ยขึ้นอย่างตกใจ
“พวกเจ้าดูสิ สัตว์อสูรวิเศษกำลังล่าถอยน่ะ!”
หลังเสียงร้องอย่างสุดเสียง ปรมาจารย์วิญญาณบนกำแพงก็ไม่สนใจพวกซือหม่าโยวเย่ว์อีกต่อไป ทุกคนล้วนหันไปมองสัตว์อสูรวิเศษ
“จริงด้วย สัตว์อสูรวิเศษที่ตีนเขาถอยไปกันหมดแล้ว!”
“สัตว์อสูรวิเศษพวกนี้กลับไปทั้งอย่างนี้น่ะหรือ”
“ความเคลื่อนไหวใหญ่โตถึงเพียงนี้สิ้นสุดลงเช่นนี้น่ะหรือ”
ปรมาจารย์วิญญาณจำนวนไม่น้อยเห็นภาพเหตุการณ์ตรงหน้าแล้วก็ตะลึงลานกันอยู่บ้าง ทุกคนล้วนคิดว่าจะต้องเกิดการต่อสู้ขึ้นอย่างแน่นอน แต่คิดไม่ถึงว่ายังไม่ทันขยับมือ มันกลับสิ้นสุดลงเสียแล้ว
ก็เหมือนกับได้ยินคนตีฆ้องร้องป่าวว่ามีเรื่องน่าสนุกให้ชม แต่ปรากฏว่าพอไปแล้วกลับได้ยินเพียงแค่มีคนหนึ่งคนร้องเพลงเพลงเดียว หลังจากนั้นก็จบงาน
ซุนลี่ลี่และวังเหล่ยเห็นสัตว์อสูรวิเศษร่นถอยไปแล้วก็ลอบถอนหายใจยาว ถ้าหากลงมือต่อสู้กันขึ้นมาจริงๆ คราวนี้คงรักษาเมืองไตรวารีเอาไว้มิได้เสียแล้ว
ตอนที่สัตว์อสูรวิเศษม