านั้นกินเวลาไปวันสองวัน แต่ตอนจากไปนั้นใช้เวลาไม่ถึงครึ่งวันก็ร่นถอยไปกันหมดแล้ว ความเร็วนี้ทำให้คนบนกำแพงเมืองตกใจไม่น้อย
วังเหล่ยเห็นว่าสัตว์อสูรวิเศษกลุ่มสุดท้ายกลับไปยังเทือกเขาสั่วเฟยย่ากันหมดแล้ว จึงประสานมือคารวะปรมาจารย์วิญญาณบนกำแพงเมืองพลางเอ่ยว่า “ขอบคุณทุกท่านมากที่มาช่วยเหลือในคราวนี้ ถึงแม้ว่าสุดท้ายแล้วจะไม่มีการต่อสู้ แต่พวกท่านจะได้รับสิ่งตอบแทนตามที่ตกลงกันไว้ก่อนหน้านี้ทั้งหมด”
เมื่อได้ยินวังเหล่ยพูดเช่นนี้ ทุกคนก็พากันตื่นเต้นขึ้นมา เดิมทียังคิดว่าพอไม่มีการต่อสู้แล้วก็จะไม่ได้รับสิ่งตอบแทนเสียอีก
“พวกเจ้ารักษาประตูเมืองกันเอาไว้ให้ดี ให้แน่ใจก่อนว่าการปฏิวัติสัตว์อสูรสิ้นสุดลงแล้วหรือยัง นอกจากนี้ให้ปิดผนึกประตูเมืองเอาไว้สามวัน งดให้คนเข้าออกเป็นการชั่วคราว” วังเหล่ยออกคำสั่งกับทหารรักษาเมือง หลังจากนั้นจึงพูดกับเหล่าปรมาจารย์วิญญาณว่า “พวกเราลงไปกันเถิด”
“เชิญท่านเจ้าเมือง…”
“เหล่าสัตว์อสูรเพิ่งจะร่นถอยไป ขอเชิญทุกท่านอยู่ที่เมืองไตรวารีเป็นการชั่วคราวก่อนสักระยะหนึ่ง…”
“ไม่มีปัญหา”
“เช่นนั้นก็ขอบคุณทุกท่านมาก”
สัตว์อสูรวิเศษล่าถอยไปแล้ว หลังจากที่เมืองไตรวารีตื่นตระหนกอยู่สามสี่วันแล้วก็กลับสู่ความสงบสุขดังเช่นที่เคยเป็นมา นอกจากเรื่องที่ไม่สามารถออกจากเมืองไปยังเทือกเขาสั่วเฟยย่าได้แล้ว เรื่องอื่นๆ ล้วนเหมือนดังเช่นยามปกติ
ส่วนทางด้านซือหม่าโยวเย่ว์ เธอบินอ