ไม่รู้ว่าเพราะเหตุใดเมื่อเห็นซือหม่าโยวเย่ว์ฝืนทนเช่นนี้ เขาก็รู้สึกไม่สบายใจขึ้นมาในทันที ความคิดที่จะเล่นสนุกกับเธอสูญสลายไป แล้วเอ่ยว่า “จบเรื่องเสียดีกว่า…”
เขายังพยายามเพิ่มแรงเข้าไปอีกเล็กน้อย แต่กลับพบว่าบนร่างซือหม่าโยวเย่ว์มีพลังขุมหนึ่งที่ต้านทานตนเอาไว้ เขาเพิ่มแรงมากขึ้น แต่กลับถูกต้านกลับมา ทำให้เขาร่นถอยหลังไปหลายสิบเมตร
“ปัง…”
ภูเขาที่มองไม่เห็นถูกยกขึ้น แรงกดดันที่น่าหวาดหวั่นยิ่งกว่าสัตว์อสูรเหนือเทพสายหนึ่งแผ่ออกมาจากร่างของซือหม่าโยวเย่ว์
สัตว์อสูรเหนือเทพเพิ่งจะพยุงร่างขึ้นมาก็สัมผัสถึงแรงกดดันขุมนั้นได้ ร่างกายของเขาสูญเสียการควบคุมไปในทันใด กลายเป็นร่างเดิมร่วงหล่นลงสู่พื้น
ถึงขนาดมิอาจรักษาร่างมนุษย์เอาไว้ได้ ที่แท้แล้วนี่มันแรงกดดันอันใดกันแน่!
“นี่คือนกอันใดกัน”
สัตว์อสูรเหนือเทพถูกกดดัน แรงกดดันที่เขากดดันพวกเว่ยจือฉีเอาไว้ก็สลายไปแล้ว ทั้งห้าคนกลับมาเป็นอิสระอีกครั้ง
เป่ยกงถังรีบลุกขึ้นมาจากพื้นแล้ววิ่งไปยังข้างกายซือหม่าโยวเย่ว์ เมื่อเห็นเธอแผ่หลาอยู่บนพื้นทั้งตัวก็เจ็บปวดใจจนนัยน์ตาแดงก่ำ
“จิ๊บๆๆ…”
สัตว์อสูรเหนือเทพถูกกดดันจึงส่งเสียงร้องยาวใส่ซือหม่าโยวเย่ว์ มันกระพือปีกทั้งสองไม่หยุด คิดจะฝืนลุกยืนขึ้นมา
“กล้าดีนักนะ เจ้าไก่ฟ้าสี่ตา บังอาจแตะต้องแม้กระทั่งเจ้านายของข้า!” เสียงหนึ่งดังออกมาจากภายในร่างของซือหม่าโยวเย่ว์
“เจ้า.. เป็นผู้ใดกัน” สัตว์อสูร