เป็นนักฝึกสัตว์อสูร ย่อมรู้จักสัตว์อสูรวิเศษดีกว่าพวกเขามากมายอยู่แล้ว
เว่ยจือฉีส่ายหน้า เขาเองก็มองไม่ออกว่าไข่ฟองนี้เป็นสัตว์อสูรวิเศษสายพันธุ์ใดเช่นกัน
เพลิงชาดโจมตีไก่ฟ้าสี่ตาอีกหลายครั้ง ซึ่งพวกเขาล้วนได้ยินเสียงโจมตีอย่างรุนแรงทุกครั้ง แต่ไก่ฟ้าสี่ตากลับมิได้ต้านทานเลยแม้แต่น้อย
เมื่อโจมตีพอแล้วเพลิงชาดจึงค่อยกลับมาที่ข้างกายซือหม่าโยวเย่ว์ เมื่อเห็นสภาพของเธอก็ดูเหมือนจะไม่พอใจเป็นอย่างยิ่ง
“ท่านหลีกทางหน่อย” เพลิงชาดพูดกับเป่ยกงถัง
เป่ยกงถังไม่รู้ว่าเพลิงชาดจะทำอะไร แต่ในเมื่อมันเป็นสัตว์อสูรวิเศษของซือหม่าโยวเย่ว์ ก็ย่อมไม่มีทางทำร้ายเธออย่างแน่นอน นางจึงลุกขึ้นมายืนอยู่ข้างๆ แทน
เพลิงชาดพุ่งตัวเข้าไปหาซือหม่าโยวเย่ว์ทันที ในขณะที่ชนกับเธอก็หายลับตาไป จากนั้นร่างกายของเธอก็มีเปลวเพลิงพรั่งพรูออกมา โอบล้อมเธอเข้าไปอย่างสมบูรณ์
ไก่ฟ้าสี่ตามองเห็นเปลวเพลิงนั้นแล้วร่างกายก็สั่นสะท้านยิ่งกว่าเดิม
พวกเป่ยกงถังทนรับอุณหภูมิขนาดนี้ไม่ไหวจึงวิ่งตรงไปด้านหลังไกลพอสมควร จากนั้นจึงคอยสังเกตสถานการณ์ของเธอ
“เปลวเพลิงนี้ช่างมีอุณหภูมิสูงยิ่งนัก!” เจ้าอ้วนชวีร้อนจนเหงื่อไหลหยด เขาหยิบผ้าเช็ดหน้าออกมาซับเหงื่อไม่หยุด
“นี่คงจะเป็นเปลวเพลิงที่กดดันเปลวเพลิงของสัตว์อสูรเหนือเทพกระมัง” โอวหยางเฟยพูด
“เปลวเพลิงนี้ย่อมต้องมีระดับขั้นสูงส่งมากอย่างแน่นอน มิฉะนั้นคงไม่มีทางทำให้สัตว์อสูรเหนือเทพห