หดตัวเข้าสู่ศูนย์กลางตามการเคลื่อนไหวของเขา
“โยวเย่ว์!”
ตอนที่พวกเว่ยจือฉีมาถึงก็เห็นเหตุการณ์เช่นนี้เสียแล้ว แต่ละคนพากันเหินขึ้นจากหลังนกแร้งเทวะแล้วโจมตีเข้าใส่สัตว์อสูรเหนือเทพ
สัตว์อสูรเหนือเทพโบกมือ ลมพายุหอบหนึ่งก็พัดพาทั้งห้าคนลอยกระเด็นลงสู่พื้นที่ว่างเบื้องล่าง
“อุตส่าห์ปล่อยพวกเจ้าไปแล้ว ยังจะมารนหาที่ตายกันอีก รอให้ข้าจัดการกับนางก่อนแล้วค่อยมาจัดการพวกเจ้าทีหลัง!” สัตว์อสูรเหนือเทพเหลือบตามองพวกเขาปราดหนึ่ง แรงกดดันตรึงพวกเขาเอาไว้บนพื้น มิอาจขยับเขยื้อนได้
พายุหมุนหดตัวเล็กลงเรื่อยๆ ซือหม่าโยวเย่ว์รู้สึกว่าถูกกดดันเอาไว้ตลอดร่าง
บรรพวิญญาณกับสัตว์อสูรเหนือเทพนั้นมีความแตกต่างของพลังยุทธ์เพียงน้อยนิด ถึงแม้ว่าเธอจะมีพรสวรรค์อันน่าอัศจรรย์ก็ยากที่จะก้าวข้ามความแตกต่างอันมหาศาลนี้
“ถ้ายังบีบต่อไปอีกท้องก็คงระเบิด พอถึงตอนนั้นลำไส้ก็คงไหลออกมา โธ่เอ๊ย ข้าไม่อยากมาตายอย่างน่าอนาถเช่นนี้หรอกนะ!”
ในขณะที่เธอกำลังร้องคร่ำครวญในใจอยู่นั้นเอง ทันใดนั้นเธอก็รู้สึกว่ามีบางสิ่งบางอย่างออกไปจากสมองของตน จากนั้นร่างกายก็เบาหวิว พายุหมุนที่ห่อหุ้มร่างตนอยู่ก็แหลกสลายไปในทันใด เธอตกกระแทกลงบนพื้นอย่างรุนแรง
“นี่มันอะไรกัน”
ทุกคนเห็นซือหม่าโยวเย่ว์ออกมาจากภายในพายุหมุนแล้วก็ถอนหายใจ พวกเขาเห็นเงาร่างคนรางๆ สายหนึ่งอยู่ตรงหน้าเธอ แต่ละคนจึงพากันประหลาดใจไม่น้อย
“อาจารย์เฟิง?”