นเหล่านั้นมิได้มีความพยายามในการโจมตีมนุษย์ หากแต่ล้อมรอบกำแพงเมืองเอาไว้แล้วเฝ้าอย่างมีวินัย ดูเหมือนกำลังรอใครอยู่
ซือหม่าโยวเย่ว์และไป๋อวิ๋นฉีร่อนลงมา คนบนกำแพงเมืองมองเห็นพวกเขาแต่ก็มิได้พูดอะไร ถึงแม้ว่ายามปกติจะไม่อนุญาตให้บินเหนือท้องฟ้าของเมือง แต่ตอนนี้มิใช่สถานการณ์ปกติ สิ่งเหล่านี้จึงอยู่นอกเหนือความสนใจของทุกคน
“โยวเย่ว์ เจ้ามาเสียที” เมื่อพวกเป่ยกงถังเห็นซือหม่าโยวเย่ว์ร่อนลงข้างกายพวกเขาแล้วจึงเอ่ยขึ้น
พวกเขาล้วนรู้ดีว่ามีบางทีที่การบำเพ็ญของซือหม่าโยวเย่ว์อาจกินระยะเวลายาวนาน ดังนั้นเมื่อเห็นเธออยู่ในห้องโดยไร้ซึ่งความเคลื่อนไหว จึงบอกไป๋อวิ๋นฉีว่าอย่าไปรบกวน ให้รอจนเธอตื่นขึ้นมาเอง
“สถานการณ์เป็นเช่นไรบ้าง” ซือหม่าโยวเย่ว์ถาม
“เจ้าดูเอาเองเถิด” เว่ยจือฉีหลีกทางให้ซือหม่าโยวเย่ว์มายืนข้างหน้า
ซือหม่าโยวเย่ว์มองลงไปเบื้องล่างแล้วสูดหายใจเข้าปากคราหนึ่งอย่างตกใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นข้างล่าง
“สัตว์อสูรวิเศษมากมายถึงเพียงนี้เชียว!”
สัตว์อสูรวิเศษเบื้องล่างแน่นขนัดจนดูเหมือนครอบครองพื้นที่ว่างภายนอกจนหมดสิ้น ยาวไปตลอดความยาวของเชิงเขาสั่วเฟยย่า มีจำนวนนับร้อยนับพัน!
“น่าตกใจใช่หรือไม่” เจ้าอ้วนชวีมองสัตว์อสูรวิเศษเบื้องล่างแล้วพูดว่า “ข้ากำลังคิดอยู่ว่านี่เป็นการรวบรวมสัตว์อสูรวิเศษมาหมดทั้งสั่วเฟยย่าเลยหรือไม่”
“มีจำนวนมากมายเหลือเกิน! พวกเรามีกันแค่นี้จะต้านไหวหรือ” เ