ามดังมาจากเทือกเขาสั่วเฟยย่า เธอจึงมองไปทางนั้นโดยสัญชาตญาณ
“ใช่การปฏิวัติสัตว์อสูรหรือไม่”
“ใช่ พวกจือฉีต่างอยู่บนกำแพงเมืองกันหมดแล้ว ตอนนี้พวกเราก็รีบไปโดยเร็วที่สุดเถิด อีกประเดี๋ยวข้าค่อยเล่าสถานการณ์ให้เจ้าฟังระหว่างทางนะ” ไป๋อวิ๋นฉีพูดอย่างกังวลใจกับสถานการณ์ทางด้านนั้นอยู่บ้าง
“ได้สิ”
เพราะสถานการณ์กระชั้นชิด ทั้งสองคนจึงเหินทะยานจากจวนเจ้าเมืองตรงไปยังกำแพงเมือง
ความจริงแล้วคนที่ไปตรวจสอบกลับมาตั้งแต่วันที่สองที่พวกซือหม่าโยวเย่ว์มาถึงจวนเจ้าเมืองแล้ว และข่าวที่นำกลับมาก็มิสู้ดีนัก
ก็เหมือนกับที่เจ้าคำรามน้อยบอกไว้ สัตว์อสูรวิเศษของเทือกเขาสั่วเฟยย่าต่างก็หงุดหงิดอยู่ไม่สุข สัตว์อสูรวิเศษบริเวณตรงกลางจำนวนมากต่างอพยพออกไปรอบนอกกันอย่างมีระเบียบแบบแผน สถานการณ์เช่นนี้แตกต่างกับการปฏิวัติสัตว์อสูรก่อนหน้านี้อยู่บ้าง แต่ความจริงแล้วเป้าหมายของพวกมันคือการมุ่งหน้ามาที่เมืองไตรวารีต่างหาก
เดิมทียังคิดว่าสัตว์อสูรวิเศษอาจจะรอเวลาสักระยะหนึ่งแล้วค่อยโจมตีเข้ามา เพราะการปฏิวัติสัตว์อสูรทุกครั้งก่อนหน้านี้ จากการเคลื่อนไหวของสัตว์อสูรวิเศษจนถึงการบุกโจมตีของสัตว์อสูรวิเศษนั้นล้วนใช้เวลากว่าครึ่งเดือนทั้งสิ้น แต่คราวนี้ไม่เหมือนกัน เช้าวันรุ่งขึ้นหลังจากทราบข่าว ทหารรักษาการณ์เมืองก็ค้นพบฝูงสัตว์อสูรบุกโจมตีแล้ว
วังเหล่ยรีบรวบรวมคนขึ้นมาบนกำแพงเมืองแล้วค้นพบว่าสัตว์อสูรวิเศษที่มาก่อ