ิ่มต้นฝึกยุทธ์
ถ้าหากตระกูลซือหม่าเป็นขุมอำนาจชั้นหนึ่งเหมือนที่พวกวังเหล่ยบอกจริง เช่นนั้นพลังยุทธ์ของเธอในตอนนี้ย่อมไม่เพียงพออยู่แล้ว เธอจำเป็นต้องใช้เวลาทั้งหมดในการบำเพ็ญให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้
เธอฝึกยุทธ์ครั้งหนึ่งก็กินเวลาสี่วัน ซึ่งตลอดทั้งสี่วันนี้ไม่มีใครมารบกวนเธอเลย
สี่วันให้หลังเธอจึงออกจากสถานะการบำเพ็ญ รู้สึกได้ว่ามีคนกำลังวนเวียนไปมาอยู่ข้างนอก เธอจจึงเปิดประตูแล้วเดินออกไป
ไป๋อวิ๋นฉีกำลังเดินไปมาอยู่ภายในลานบ้าน เมื่อได้ยินว่าซือหม่าโยวเย่ว์ไม่อยู่ในบ้าน เขาจึงมิได้ไปเคาะประตู ตอนนี้พอเห็นเธอออกมาจึงสาวเท้าเข้าไปหา “โยวเย่ว์ เจ้าออกมาเสียที”
“อวิ๋นฉี มีเรื่องอันใดหรือไม่” ซือหม่าโยวเย่ว์มองซ้ายมองขวา คนอื่นๆ ล้วนไม่อยู่กันทั้งสิ้น จึงเอ่ยถามว่า “แล้วพวกจือฉีเล่า”
“พวกเขาไปที่กำแพงเมืองกันหมดแล้วเล่า” ไป๋อวิ๋นฉีพูด “เดิมทีข้าก็อยู่ที่นั่นแหละ ต่อมาข้าได้รับข่าวที่ท่านพ่อข้าส่งมาจึงได้มาหาเจ้า ระหว่างนี้ก็ดูว่าเจ้ายังอยู่ระหว่างฝึกยุทธ์หรือไม่”
“เป็นเรื่องที่ตรวจสอบพบตระกูลซือหม่าแล้วใช่หรือไม่” ซือหม่าโยวเย่ว์ถาม
“ถูกต้อง ซือหม่าหลิน ซือหม่าข่าย และซือหม่าชิงล้วนเป็นคนของตระกูลซือหม่าแห่งอาณาจักรอู๋กลาง ดูเหมือนว่าท่านปู่ของเจ้าน่าจะอยู่ที่นั่น” ไป๋อวิ๋นฉีพูด
“ในเมื่อแน่ใจเรื่องที่อยู่ของพวกเขาได้แล้ว เช่นนั้นก็ดีแล้วล่ะ” ซือหม่าโยวเย่ว์พูด
ทันใดนั้นก็มีเสียงคำร