ที่มิอาจพูดกับพวกเขาได้”
“ความจริงแล้วก็ไม่มีอะไรหรอก ข้าเพียงแต่ได้ยินมาว่าสองปีหลังมานี้เกิดเรื่องบางอย่างขึ้นกับตระกูลซือหม่าแห่งอาณาจักรอู๋กลาง พวกเขาไปช่วยท่านปู่ในเวลานี้ก็ไม่รู้เลยว่าจะเคราะห์ดีหรือเคราะห์ร้าย” พอพูดจบวังเหล่ยก็ถอนหายใจ
ถ้าหากเป็นตระกูลซือหม่าแห่งเมืองผิงคัง อยากจะช่วยคนนั้นย่อมมิใช่เรื่องที่เป็นไปไม่ได้ แต่การจะไปช่วยคนที่ตระกูลซือหม่าแห่งอาณาจักรอู๋กลาง นั่นย่อมมิใช่เรื่องง่ายเลย
“ข้าเชื่อว่าเจ้าพวกเด็กโยวเย่ว์ทำได้อย่างแน่นอน” ซุนลี่ลี่พูดด้วยความมั่นใจเป็นอย่างยิ่ง
“เจ้าเชื่อมั่นในตัวพวกเขาถึงเพียงนี้เชียวหรือ” วังเหล่ยประหลาดใจอยู่บ้าง ภรรยาของตนมีสายตาเช่นไรเขาย่อมรู้ดีอย่างยิ่ง นางมีสายตาอันเฉียบคมต่อคนหนุ่มสาวเหล่านี้
“ท่านมิได้มาตอนที่พวกเราสนทนากันก่อนหน้านี้ ข้าพบว่าเด็กห้าคนนั้นไม่เหมือนกับคนหนุ่มสาวธรรมดาทั่วไปเลย” ซุนลี่ลี่พูด “ท่านเชื่อหรือไม่ว่าพวกเขาทั้งห้าอยู่ที่เทือกเขาสั่วเฟยย่าถึงสองปีกว่าเพื่อให้ได้ออกมาจากสถานที่เนรเทศ”
“หืม”
“คนจำนวนไม่น้อยอาจไปฝึกประสบการณ์ที่สั่วเฟยย่า แต่ก็เป็นเวลาเพียงแค่ไม่กี่เดือนหรือปีเดียวเท่านั้น ใช้ชีวิตอยู่ภายในภูเขาได้ถึงสองปี พวกเขาย่อมมีความแน่วแน่ที่หาได้ยากในคนรุ่นเยาว์ ทนต่อความโดดเดี่ยวได้ นอกจากนี้ยังต้องมีความละเอียดรอบคอบและความสามารถด้วย มิฉะนั้นคงไม่มีทางรอดชีวิตมาได้หรอก” ซุนลี่ลี่พูดวิเคราะห์