ซือหม่าโยวเย่ว์เงียบไปครู่หนึ่งก่อนจะเอ่ยว่า “ฮูหยิน พวกเรายังมีเรื่องต้องไปทำ ด้วยเหตุนี้จึงมิอาจอยู่ที่นี่นานๆ ได้ ถ้าหากมีการปฏิวัติสัตว์อสูรในระยะเวลาอันสั้นจริงๆ พวกเราย่อมต้องช่วยเหลืออย่างสุดความสามารถแน่นอน ถ้าหากต้องรอถึงครึ่งปี พวกเราคงรอนานถึงเพียงนั้นไม่ไหวหรอก”
“มิทราบว่าพวกเจ้ามีเรื่องอันใดต้องไปทำกันหรือ” ซุนลี่ลี่พูด
“ช่วยคนน่ะ” ซือหม่าโยวเย่ว์ไม่คิดจะปิดบัง “เมื่อสองปีกว่าก่อนหน้านี้คนตระกูลซือหม่าจับตัวท่านปู่กับพี่ชายของข้าไป ข้ากับคนที่ไปในตอนนั้นได้กำหนดเวลาเอาไว้สามปี ข้าจึงจำเป็นต้องไปช่วยพวกท่านปู่ข้าภายในระยะเวลาสามปีที่กำหนดเอาไว้”
“ที่แท้เป็นเช่นนี้เอง” ซุนลี่ลี่พยักหน้าอย่างเข้าใจแล้วพูดว่า “แล้วยังเหลือเวลาอีกเท่าไหร่จึงจะถึงกำหนดเล่า”
“ครึ่งปีพอดี” ซือหม่าโยวเย่ว์ตอบ
ผลาญเวลาอยู่ในเมืองหลวงเกือบครึ่งปี แล้วฝึกประสบการณ์อยู่ในเทือกเขาสั่วเฟยย่าอีกสองปี ดังนั้นตอนนี้จึงเหลือเวลาอยู่อีกเพียงแค่ครึ่งปีเท่านั้น
“คนของตระกูลซือหม่านี้มิใช่คนดีอะไรเลย โยวเย่ว์ ตอนนั้นเจ้าทำข้อตกลงกับใครไว้น่ะ คนผู้นั้นเชื่อถือได้หรือไม่” ไป๋อวิ๋นฉีรังเกียจคนตระกูลซือหม่าเป็นอย่างยิ่ง เขาเดือดดาลจนกำหมัดแน่น
“ข้าทำข้อตกลงเอาไว้กับซือหม่าหลิน” ซือหม่าโยวเย่ว์นึกถึงเรื่องในตอนนั้นขึ้นมา นัยน์ตาก็มีประกายเยียบเย็นวาบผ่าน
“ซือหม่าหลินหรือ” เมื่อได้ยินชื่อนี้ ไป๋อวิ๋นฉี ซุนลี่ลี่ ร