วมถึงหลี่ขุยต่างพากันขมวดคิ้ว
คล้ายว่าพวกเขาต่างไม่เคยได้ยินชื่อนี้กันมาก่อนเลย
“ทำไมหรือ คนผู้นี้ไม่ดีอย่างนั้นหรือ เป็นคนไม่รักษาคำพูดหรือไร” เจ้าอ้วนชวีเห็นพวกเขามีสีหน้าผิดปกติ หัวใจจึงเต้นไม่เป็นส่ำ
“ซือหม่าหลินนั่นมีพลังยุทธ์ระดับใดหรือ” ซุนลี่ลี่ถามโดยไม่ให้คำตอบ
“เมื่อสองปีก่อนก็เป็นระดับราชันวิญญาณขั้นสูงแล้ว ไม่รู้ว่าตอนนี้บรรลุไปถึงระดับจ้าววิญญาณแล้วหรือยัง” ซือหม่าโยวเย่ว์เห็นสีหน้าของซุนลี่ลี่แปลกประหลาดยิ่งกว่าเดิมจึงถามว่า “มีปัญหาอะไรหรือไม่”
“โยวเย่ว์ เท่าที่พวกเรารู้ ในตระกูลซือหม่าไม่มีคนที่ชื่อซือหม่าหลินผู้นี้อยู่เลยน่ะสิ” ไป๋อวิ๋นฉีพูด
“ไม่มีคนผู้นี้หรือ จะเป็นไปได้อย่างไรเล่า!” ซือหม่าโยวเย่ว์และพวกเว่ยจือฉีล้วนแสดงสีหน้าไม่อยากจะเชื่อ
ถ้าหากเป็นตระกูลซือหม่าจริง แล้วจะไม่มีคนผู้นี้อยู่ได้อย่างไรกัน
“เป็นความจริง ถ้าหากเป็นคนที่ย่างเท้าเข้าสู่ระดับจ้าววิญญาณไปครึ่งตัวตั้งแต่เมื่อสองปีก่อน ย่อมต้องเป็นบุคคลผู้มีชื่อเสียงในอาณาจักรจันทร์ประจิมอย่างแน่นอน แต่ตระกูลซือหม่าไม่มียอดฝีมือระดับราชันวิญญาณที่ชื่อซือหม่าหลินอยู่จริงๆ” หลี่ขุยพูดอธิบาย
“เป็นไปได้อย่างไร…”
“ไม่มีคนซือหม่าหลินสินะ” ซือหม่าโยวเย่ว์ทำให้ตนเองใจเย็นลงแล้วถามว่า “เช่นนั้นมีซือหม่าข่ายกับซือหม่าเค่อหรือไม่”
“ไม่มีเช่นกัน พวกเราไม่เคยได้ยินชื่อคนที่เจ้าพูดถึงเหล่านี้เลย” ไป๋อวิ๋นฉีพูด “พวกเราก