ับคนตระกูลซือหม่าล้วนใช้ชีวิตกันอยู่ในเมืองผิงคัง ถ้าหากมีคนเช่นนี้อยู่ ย่อมไม่มีทางที่พวกเราจะไม่รู้”
ซือหม่าโยวเย่ว์นั่งลงบนเก้าอี้ด้วยความไม่รู้จะทำอย่างไรอยู่บ้าง
“อาจจะเป็นข้อผิดพลาดก็ได้นะ ตระกูลซือหม่าที่พวกเจ้าต้องการตามหาอาจจะมิใช่ตระกูลซือหม่าแห่งเมืองผิงคังก็ได้” ไป๋อวิ๋นฉีคาดเดา
“ก็เป็นไปได้อยู่นะ” เป่ยกงถังพูด “บนดินแดนเดียวกันจะมีตระกูลที่แซ่เหมือนกันอยู่ก็มิใช่เรื่องแปลกแต่อย่างใด”
“เช่นนั้นพวกท่านรู้หรือไม่ว่านอกจากตระกูลซือหม่าแห่งเมืองผิงคังแล้วยังมีตระกูลที่ใช้แซ่ซือหม่าอยู่ที่อื่นอีกหรือไม่” โอวหยางเฟยถาม
“อย่างน้อยภายในอาณาจักรจันทร์ประจิมก็ไม่มีแล้ว” หลี่ขุยพูดพลางส่ายศีรษะ
“ข้ารู้จักตระกูลแซ่ซือหม่าอยู่ตระกูลหนึ่ง” ซุนลี่ลี่พูด “แต่ถ้าหากเป็นตระกูลนั้นจริงๆ สิ่งที่พวกเจ้าต้องเผชิญในอนาคตคงเป็นเรื่องยุ่งยากอย่างมหันต์เลยทีเดียว”
“นั่นคือตระกูลใดกันหรือ” เจ้าอ้วนชวีถาม
ซุนลี่ลี่คิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วพูดว่า “ข้าเคยได้ยินคนที่บ้านข้าพูดว่ามีตระกูลซือหม่าตระกูลหนึ่งอยู่ที่อาณาจักรอู๋กลาง…”
เมื่อได้ยินว่าอาณาจักรอู๋กลาง หลี่ขุยและไป๋อวิ๋นฉีต่างก็สะดุ้งแล้วพูดว่า “ที่ท่านหมายถึงคือตระกูลนั้นใช่หรือไม่”
“ตระกูลอะไรกัน” เจ้าอ้วนชวีถาม
“ความจริงแล้วแม้จะพูดว่าสี่อาณาจักรใหญ่ แต่อาณาจักรอู๋กลางนั้นคนล้ำแผ่นดินเลิศ โดดเด่นเหนือพวกเราอีกสามอาณาจักรมากมาย” ไป๋อวิ๋นฉีพูด “แม้