บุรุษวัยกลางคนผู้หนึ่งเข้ามาจากด้านนอก ไป๋อวิ๋นฉีจึงตะโกนเรียกเขาราวกับเห็นพระมาโปรด “ท่านน้าเขย ท่านช่วยพูดกับท่านน้าเล็กให้ทีเถิด!”
วังเหล่ยเข้ามาแล้วมองผู้คนภายในห้องปราดหนึ่ง ก็เห็นภรรยาของตนเริ่มชักดิ้นชักงออีกครั้ง จึงยักไหล่ให้ไป๋อวิ๋นฉีพลางเอ่ยว่า “เจ้าก็รู้นิสัยน้าเล็กของเจ้าดี หากวันนี้เจ้าไม่ยอมให้นางกอด นางก็ไม่มีทางยอมแพ้แน่”
“ท่านน้าเล็ก…” ไป๋อวิ๋นฉีถลึงตาใส่ซุนลี่ลี่อย่างจนใจ พอเห็นนางพุ่งเข้ามาจึงหลับตาแน่น
“เสี่ยวฉีฉี ฮือๆๆ ตอนนี้เจ้าโตเสียแล้ว ไม่น่ารักเหมือนเมื่อก่อนเลย โอ๊ย พอกอดแล้วความรู้สึกช่างไม่ถูกต้องเอาเสียเลย!” พอกอดไป๋อวิ๋นฉีเสร็จ ซุนลี่ลี่ก็ผลักเขาออกอย่างรังเกียจ จากนั้นก็ฟาดฝ่ามือลงบนศีรษะเขาฉาดหนึ่งแล้วตะคอกใส่ว่า “เจ้าเด็กดื้อ ไปเทือกเขาสั่วเฟยย่าก็ไม่ยอมบอกข้า หึ ปีกกล้าขาแข็งแล้วใช่หรือไม่”
“ท่านน้าเล็ก ข้าก็แค่ไม่อยากให้ท่านเป็นกังวลเท่านั้นมิใช่หรือ” ไป๋อวิ๋นฉีมองซุนลี่ลี่อย่างจนใจ ก่อนจะโน้มเข้าไปข้างหูนางแล้วกระซิบเสียงเบาว่า “ท่านน้าเล็ก ที่นี่ยังมีสหายอยู่อีกตั้งหลายคน ท่านก็ไว้หน้าข้าบ้างเถิด!”
ขณะนี้เองท่านน้าเขยของเขาก็เข้ามาจัดการให้ เขาเข้ามาลากตัวซุนลี่ลี่แล้วตรงขึ้นไปนั่งยังที่นั่งประธานก่อนจะเอ่ยว่า “ลี่ลี่ มีคนอยู่กันมากมายเช่นนี้ เจ้าก็ทำตัวให้เหมาะสมหน่อยเถิด”
“หึๆ คราวนี้จะปล่อยเจ้าไปก่อนก็ได้” ซุนลี่ลี่บิดตัวคราหนึ่งแล้วนั่งลงข