้างกายวังเหล่ย หลังจากนั้นจึงพูดกับพวกซือหม่าโยวเย่ว์ด้วยรอยยิ้มว่า “พวกเจ้าเป็นสหายของเสี่ยวฉีฉีอย่างนั้นหรือ”
เมื่อครู่ตอนได้ยินนางพูดว่าเสี่ยวฉีฉีเป็นครั้งแรก พวกซือหม่าโยวเย่ว์ก็แทบจะกลั้นหัวเราะเอาไว้ไม่ไหวอยู่แล้ว ตอนนี้มาได้ยินอีกครั้งก็ยังคงอยากหัวเราะอยู่ดี
“ท่านน้าเล็ก พวกเขาเป็นสหายที่ข้าได้รู้จักที่เทือกเขาสั่วเฟยย่า นี่คือโยวเย่ว์ จือฉี เจ้าอ้วน โอวหยางเฟย และเป่ยกงถัง” ไป๋อวิ๋นฉีมีภูมิคุ้มกันต่อคำเรียกหาของซุนลี่ลี่เสียแล้ว จึงแนะนำพวกซือหม่าโยวเย่ว์ให้นางรู้จักทีละคน
“รู้จักกันที่เทือกเขาสั่วเฟยย่าอย่างนั้นหรือ” ซุนลี่ลี่มองพวกเขาปราดหนึ่ง “คิดไม่ถึงว่าพวกเจ้าอายุยังน้อยก็กล้าไปที่เทือกเขาสั่วเฟยย่าแล้ว ช่างเป็นผู้กล้าวัยเยาว์อย่างแท้จริง!”
“ฮูหยินชมเกินไปแล้วขอรับ” เว่ยจือฉีพูดแทนทุกคน
“ท่านน้าเล็ก พวกเขายังเป็นผู้มีพระคุณช่วยชีวิตข้าอีกด้วยนะ!” ไป๋อวิ๋นฉีพูด
“ผู้มีพระคุณช่วยชีวิตหรือ”
“ใช่แล้ว!” ไป๋อวิ๋นฉีพูด “ตอนพวกเราอยู่ในภูเขา ได้พบกับฉินอู่เข้า เขาพาคนมาหมายจะสังหารข้า แต่ได้พวกเขาช่วยเหลือเอาไว้”
“ฉินอู่กล้าพาคนมาสังหารเจ้าอย่างนั้นหรือ” ซุนลี่ลี่ได้ฟังแล้วเดือดดาลขึ้นมาในทันใด นางยืนขึ้นมาก่อนจะตบโต๊ะฉาดใหญ่ “กลุ่มทหารรับจ้างโอหังนี่มันช่างบังอาจมากขึ้นเรื่อยๆ แล้ว ข้าจะกลับไปบอกพี่เขย ให้พี่เขยพาคนไปล้างบางพวกมันเสีย!”
“เจ้านั่งก่อนสิ” วังเหล่ยดึงตัวนางให้น